30/05/2026
วันนี้จะมาแชร์สูตรลัดที่ช่างไฟมือโปรเขาใช้คำนวณหน้างาน จำง่าย ใช้ได้จริง รับรองว่างานออกมาได้มาตรฐาน ปลอดภัยชัวร์! 👇
สูตร: P=V×I
สูตรนี้คือหัวใจของช่าง แต่เราจะปรับมาหาค่ากระแส (I) เพื่อเลือกเบรกเกอร์:
P = กำลังไฟฟ้า (Watt) ดูได้จากฉลากหลังเครื่อง
V = แรงดันไฟฟ้าบ้านเราคือ 220V
I = กระแสไฟฟ้า (Ampere) ที่เราต้องการหา
2. กฎเหล็ก "เผื่อไว้ 25%" (Safety Factor)
คำนวณได้กี่แอมป์ ห้าม เลือกเบรกเกอร์ขนาดนั้นเป๊ะๆ ! เพราะจังหวะสตาร์ทเครื่อง หรือการใช้งานต่อเนื่องนานๆ มันเกิดความร้อนได้ เราต้องเผื่อค่าความปลอดภัยไว้ที่ 1.25 เท่า เสมอ
สูตรสรุป: (Watt÷220)×1.25=ขนาดเบรกเกอร์ที่ต้องใช้
💡 ตัวอย่างการคำนวณจริง
เคสที่ 1: เครื่องทำน้ำอุ่น 4,500 วัตต์
4,500÷220=20.45 แอมป์
เผื่อความปลอดภัย: 20.45×1.25=25.56 แอมป์
เลือกใช้: เบรกเกอร์ขนาด 32A (ขนาดมาตรฐานที่มีขาย)
เคสที่ 2: แอร์ 18,000 BTU (กินไฟประมาณ 1,600 วัตต์)
1,600÷220=7.27 แอมป์
เผื่อความปลอดภัย: 7.27×1.25=9.08 แอมป์
เลือกใช้: เบรกเกอร์ขนาด 10A หรือ 16A (แอร์มีจังหวะกระชากตอนคอมเพรสเซอร์ทำงาน เลือก 16A จะเซฟกว่า)
"เบรกเกอร์ต้องเล็กกว่าสายไฟ!นะ"
อันนี้ช่างตกม้าตายเยอะมาก! หน้าที่ของเบรกเกอร์คือ "ป้องกันสายไฟไม่ให้ไหม้" ดังนั้นกระแสที่เบรกเกอร์จะยอมให้ผ่าน (แอมป์เบรกเกอร์) ต้อง น้อยกว่า กระแสที่สายไฟจะรับได้เสมอ
ขนาดสาย (sq.mm.) ทนกระแสได้ประมาณ (A) ขนาดเบรกเกอร์ที่แนะนำ
1.5 15 - 16 ห้ามเกิน 10A
2.5 21 - 25 ห้ามเกิน 16A - 20A
4.0 30 - 36 ห้ามเกิน 25A - 32A
6.0 40 - 50 ห้ามเกิน 40A - 50A
เช็กขนาดสายไฟว่าทนไหวไหม
เลือกเบรกเกอร์ขนาดมาตรฐานที่ใกล้เคียงที่สุด (แต่ไม่เกินที่สายไฟรับได้)
รู้อย่างนี้แล้ว หน้างานหน้าอย่าลืมคำนวณก่อนหยิบเบรกเกอร์ลงตะกร้านะ จะได้จบงานแบบหล่อๆ ปลอดภัยหายห่วง! 👷♂️⚡