ศรีสุขการไฟฟ้า

ศรีสุขการไฟฟ้า จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน / นอก อาคาร จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ภายใน - ภายนอก อาคาร

08/09/2021

#อะไรนำกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด
ก. ทอง
ข. เงิน
ค. ทองแดง
ง. อลูมิเนียม
..หลายๆท่านเข้าใจว่าทอง บ้างท่านบอกเงิน

- ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับ…ค่า electrical resistivity ( ρ ) กันก่อนนะครับ

- สภาพต้านทานไฟฟ้า (อังกฤษ: electrical resistivity) คือปริมาณการวัดของการต่อต้านการไหลของกระแสไฟฟ้าในวัสดุ ค่าสภาพต้านทานไฟฟ้าต่ำบ่งชี้ว่าวัสดุยินยอมให้ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ง่าย หน่วยในระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศของสภาพต้านทานไฟฟ้าคือ โอห์ม เมตร (Ωm) ซึ่งจะแสดงในรูปแบบอักษรกรีกตัว ρ (โร)

- ค่าต้านทานไฟฟ้าของโลหะ (ที่ 20 °C)
1) เงิน-Silver = 1.59×10−8 Ω•m
2) ทองแดง-Cupper = 1.68×10−8 Ω•m
3) ทองคำ-Gold = 2.44×10−8 Ω•m
4) อลูมิเนียม-Aluminium 2.82×10−8 Ω•m
> อ้างอิงจาก วิกิพิเดียร์ http://en.wikipedia.org/wiki/Electrical_resistivity

* จากสูตรคำนวณ ความต้านทานไฟฟ้า

R = ρ l / A

(ที่ท่อง ๆ กันว่า อาร์ เท่ากับ โร แอล /เอ
คุ้น ๆ กันมั้ย ม.3 ก็เรียน…จำได้กันมั้ยเอ๋ย)

* หากธาตุตัวใดมีค่า electrical resistivity ( ρ ) ต่ำก็แสดงว่านำกระแสไฟฟ้าได้ดี

โดยที่
: l คือ ความยาวตัวนำไฟฟ้า
: A คือ พื้นที่หน้าตัดของตัวนำไฟฟ้า
: R คือ ความต้านทานทางไฟฟ้า

* ดังนั้นถ้าตัวนำที่เอามาเปรียบเทียบมีขนาดเดียวกัน

* จะได้ว่า R แปรผันตาม ρ เท่านั้น

* วัสดุที่มี ρ ต่ำที่สุด คือ “ เงิน ” จึงมีความต้านทานต่ำสุด และหมายถึงสามารถนำไฟฟ้าได้ดีที่สุด

^ แต่ที่เข้าใจกันว่า ^

Q1) ทำมั้ยในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นำทองมาทำเป็นจุดเชื่อมต่อหรือ พวกหน้าคอนแทคต่างๆ หรือ แม้กระทั่งฝากสายสัญญาณเครื่องเสียง ก็บอกว่าเป็นทองจะนำกระแสไฟฟ้าได้ดีนั้น

คำตอบ

- เพราะเมื่อนำกระแสไฟฟ้าไหลผ่านโลหะแล้วชุบในบ่อทอง ทองก็จะติดโลหะนั้นมา ซึ่งเงินไม่สามารถทำได้

- และที่เขานิยมเอาทองคำมาเคลือบผิวลายวงจรหรือหน้าสัมผัสแบบไม่มีการอาร์ค ก็เพราะมันไม่เกิดออกไซด์ หรือไม่เป็นสนิม ซึ่งทั้งเงิน ทองแดง และอลูมิเนียม สามารถเกิดออกไซด์ได้ง่าย

- แต่ถ้าหน้าสัมผัสเกิดการอาร์คได้ง่าย เช่นหน้าสัมผัสของรีเลย์ จะใช้ทองคำขาว เพราะนอกจากจะไม่เกิดออกไซด์แล้ว ยังเป็นโลหะที่เกิดการอาร์คน้อยและมีระยะเวลาการอาร์คสั้นมากกว่าตัวนำชนิดอื่น โดยยอมแลกกับค่าความนำไฟฟ้าที่ต่ำลงมา เพราะการอาร์คนั้นนอกจากจะทำให้หน้าสัมผัสเสียหายแล้ว ยังอาจทำให้หน้าสัมผัสละลายติดกันได้ด้วย ซึ่งผลเสียมีมากและอันตรายกว่าการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปเป็นความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้าของวัสดุที่ใช้ทำหน้าสัมผัส

Q2) หลายคนอาจสงสัยว่าทองแดงนำไฟฟ้าดีกว่าอลูมิเนียม แต่ทำไมสายไฟแรงสูงจึงใช้อลูมิเนียม

คำตอบ

- นั่นก็เพราะทองแดงหนักกว่าอลูมิเนียมมาก ถึงแม้ในการรองรับกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เท่ากันจะต้องใช้สายอลูมิเนียมที่มีขนาดใหญ่กว่าทองแดงเป็นเท่าตัว แต่น้ำหนักก็ยังน้อยกว่าทองแดงอีก (อลูมิเนียมหนักเพียง 1 ใน 3 ของทองแดงที่ปริมาตรเท่ากัน)

- และหากต้องการให้นำกระแสไฟฟ้าเท่ากัน ราคาอลูมิเนียม จะถูกว่า ทองแดง

สรุปว่า

• โลหะที่นำกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุดเรียงลำดับจากมากไปน้อย 4 อันดับแรก คือ เงิน - ทองแดง - ทอง - อลูมิเนียม

• โลหะที่ราคาแพงเรียงลำดับจากมากไปน้อย 4 อันดับแรก คือ ทอง - เงิน - ทองแดง - อลูมิเนียม

-----------------------------------------------------------------------

เนื้อหาส่วนหนึ่งใน #หลักสูตรเทคนิคการออกแบบงานระบบไฟฟ้าตามแบบฉบับแอดมินห้องไฟฟ้า(ออนไลน์)

รายละเอียดหลักสูตร
https://electricalroomthailand.com/electricaldesignonline/

ตัวอย่างวีดีโอ
https://www.youtube.com/watch?v=-3LPEO_6KAQ&t=1s

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโดยการทักมาที่ https://line.me/ti/p/l14uLx9EGy
หรือ Line ID : 0815508587

-----------------------------------------------------------------------

15/01/2020
ELCB กับ RCBO ต่างกันยังไง?
04/09/2019

ELCB กับ RCBO ต่างกันยังไง?

สายทองแดงตีเกลียว ข้อดีคือนำไฟฟ้าดี แต่ก็แลกกับการผุกร่อนง่าย ถ้าทำสายกราวด์ ใช้แบบตันเส้นเดียวดีกว่าครับ
09/05/2019

สายทองแดงตีเกลียว ข้อดีคือนำไฟฟ้าดี แต่ก็แลกกับการผุกร่อนง่าย ถ้าทำสายกราวด์ ใช้แบบตันเส้นเดียวดีกว่าครับ

รู้หรือไม่ ? #สายดิน #สายล่อฟ้า #ไม่จำเป็นต้องเป็นสายตีเกลียว

#สายทองแดง ที่ใช้ในระบบ #ต่อลงดิน มีทั้งแบบตีเกลียวและกลมตัน ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงคุ้นกับการใช้สายทองแดงแบบ #ตีเกลียว ไม่น้อย แล้่วสายแบบ #กลมตัน มีข้อดีกว่าแบบตีเกลียวยังไงบ้าง และยังมีอุปกรณ์หรือวัสดุอื่นๆ อีกไหมที่สามารถใช้แทนได้ วันนี้ Kumwell มีคำตอบให้ครับ
#ป้องกันฟ้าผ่า #ระบบต่อลงดิน #ทองแดง #สายตีเกลียว #สายกลมตัน

17/01/2019

#ไฟเกษตรคืออะไร และคำแนะนำวิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร

" ไฟเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น "

โดยมีหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อ ดังนี้

1.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ

2.ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก

3.สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้

4.ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า

5.ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ

6.ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่

7.เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

8.ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน

9.ค่าใช้จ่ายในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

ข้อมูลอ้างอิงจาก : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

เอกสารที่ต้องเตรียม

1. ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาโฉนดที่ดิน

4. สำเนาบัตรประชาชน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร (โดยมี 3 ขั้นตอนดังนี้)

1.ขอบ้านเลขที่

การขอไฟฟ้ามาลงที่บ้านของเราที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้น ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพักหรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้ และสิ่งต่อไปที่จะต้องสร้างควบคู่กันกับบ้านนั้นก็คือ ห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่

หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พักและห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อควรรู้ !

ในการขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป เพื่อขอไฟฟ้า ย้ำอีกครั้ง ว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ

2.ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของแต่ละท่าน อาจเป็น อบต. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ว่าพื้นที่ของเราอยู่ในเขตไหน เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

3.ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง

หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ก็นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอ และอย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วย แนะนำให้รวมกลุ่มกันมากๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

https://www.organicfarmthailand.com/what-is-electricity-agricultural/

ที่อยู่

ศรีสุขการไฟฟ้า
Sawankhalok
64110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:30
อังคาร 08:00 - 18:30
พุธ 08:00 - 18:30
พฤหัสบดี 08:00 - 18:30
ศุกร์ 08:00 - 18:30
เสาร์ 08:00 - 18:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศรีสุขการไฟฟ้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศรีสุขการไฟฟ้า:

แชร์

ประเภท