18/04/2026
💚
❇️วิธีดูแลสุขภาพแบบ ป้านิดดา หงษ์วิวัฒน์ พี่สาวทางพลังงาน พี่เอี๊ยบรวบรวมมามาให้ ทุกท่านสามารถดูแลตัวเอง ได้ด้วยสุขภาพที่แข็งแรง ขอบพระคุณมากคะ
1️⃣อาหาร งดprocess food (อาหารแปรรูป) ให้กินอาหารเปลี่ยนเลือดแทน
ซึ่งเม็ดเลือดเรามีอายุ 4 เดือน สร้างจากไขกระดูก ถ้าเราเริ่มกินอาหารดีๆ เพื่อเปลี่ยนเลือด เม็ดเลือดสร้างใหม่ทุกวัน เมื่อกินครบ 4 เดือน จะได้เม็ดเลือดใหม่ที่ดีทั้งหมด
👉โดยการกินเน้นพืชผักสด (กิน50%ของอาหารทั้งหมด) โดยเฉพาะพืชผักใบเขียว ไม่กินเนื้อสัตว์ ถ้างดไม่ได้ ให้กินปลาตัวเล็ก และไข่ โดยเฉพาะไข่ออแกนิค
เพราะพืชผักใบเขียว มีสารอาหารเยอะมากครบถ้วน มีเหล็ก มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เบต้าแคโรทีนและมีโปรตีน แต่ไม่ได้โปรโมท เพราะทำเป็นอุตสาหกรรมไม่ได้ ราคาถูก ใครๆก็ปลูกได้ ที่โปรโมทคือโปรตีนต้องมาจากสัตว์ สังเกตว่าทำไมพืชผักมีโปรตีนสูง ลองดูช้างม้าวัวควายกินแต่หญ้า ก็มีกล้ามเนื้อที่ใหญ่โต โปรตีนจากสัตว์ ทำให้เลือดเป็นกรด โปรตีนจากพืชทำให้ร่างกายเป็นด่าง ดังนั้นจะทำให้ไขกระดูกแข็งแรง สร้างเม็ดเลือดที่มีคุณภาพได้เยอะ
❇️สูตรอาหารอรหันต์ของป้านิดดา
ดูแลครบถ้วนทั้งระบบ เลือด สมอง กล้ามเนื้อ กระดูก
ประกอบไปด้วย
🌿รำข้าวสดๆ : บำรุงสมอง ผิว ช่วยการขับถ่าย บำรุงหัวใจ มีไลเปซเอนไซม์
🌿ข้าวฟ่าง : ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยระบบการย่อยให้มีประสิทธิภาพ โปรตีนสูง ทำให้ร่างดายเป็นด่าง
🌿ลูกเดือยต้มสุก : ช่วยการไหลเวียนของเลือด บำรุงไต ม้าม สมอง ป้องกันการปวดข้อเข่า
🌿ผงกล้วยน้ำว้าดิบ : ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร สร้างเซราโทนิน ช่วยการนอนหลับ มีโปรตีน
🌿ผงมะละกอ : ช่วยสร้างกระดูก บำรุงสมอง ลดและรักษาโรคเบาหวาน มีเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน เก็บความสะอาดในเลือด เจอสิ่งแปลกปลอมในเลือดก็จะเข้าไปย่อย เช่นผนังหุ้มแบคทีเรีย เชื้อโรค พยาธิ เนื้อมะเร็ง เนื้องอก เป็นสิ่งแปลก เค้าจะไปย่อยทั้งหมด
(ผงมะละกอ มะละกอ 1 ลูก ได้ไม่ถึงช้อนโต๊ะ) กินส้มตำกัน!!!
🌿เม็ดแมงลัก : ช่วยลดเบาหวาน และไขมันในเส้นเลือด
🌿ข้าวโอ๊ต : ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดความดัน
เพิ่มภูมิต้านทาน ลดการจุกเสียด
🌿น้ำเชื่อมกล้วย : ช่วยเพิ่มความหวานแบบธรรมชาติ มีเกลือแร่ และกรดอะมิโนที่ร่างกาย ต้องการ
🌿น้ำนมอัลมอนด์ทำเอง : ฆ่าเซลล์มะเร็ง ป้องกันมะเร็ง ป้องกัน
โรคอัลไซเมอร์ บำรุงกระดูก ชะลอความแก่
🌟ให้เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ใช้เคี้ยวยังไม่แหลก แดกซะก่อน😆 ให้เคี้ยว 40 ครั้งค่อยกลืน ถ้ายังไม่ละเอียดให้เคี้ยวต่อ ระหว่างเคี้ยว ถ้าเรานับไปด้วย เราได้สมาธิ และก็ขอบคุณอาหารที่เรากินไปด้วย จะดีมาก
✅ข้อดีของการเคี้ยวให้ละเอียด
เมื่อเราเคี้ยว เกิดการย่อย และน้ำลายจะช่วยให้อาหารเป็นด่าง เมื่อเราเคี้ยว สมองก็เตรียมตัว อาหารมาแล้ว!!!! ก็จะสั่งให้ร่างกายเตรียมพร้อม ผลิตน้ำย่อย
เมื่อเรากลืนอาหารลงไป กระเพาะอาหาร ก็ไม่ต้องใช้น้ำย่อยจำนวนมาก เพราะเราเคี้ยวละเอียด ทำให้เกิดการย่อยที่สมบูรณ์ ร่างกายจะได้รับสารอาหารเต็มที่ อิ่มนาน และช่วยลดความอ้วนได้ด้วย
😱แต่ถ้าเราเคี้ยวยังไม่ละเอียด แล้วรีบกลืนเลย สมองยังไม่ทันสั่งการ เมื่ออาหารไปอยู่ในกระเพาะอาหาร ก็ต้องหลั่งเอนไซม์มาย่อยจำนวนเยอะมาก เพราะอาหารไม่ละเอียด เกิดการย่อยนาน เอนไซม์ที่ตับและตับอ่อนผลิตออกมาเพื่อย่อยก็ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีเอนไซม์ที่จะไปสร้างพลังงาน ทำให้เราเกิดอาการง่วงนอน เกิดการย่อยไม่สมบูรณ์ สารอาหารก็ได้รับน้อย แม่เจ้าา!!!
คนที่เป็นกรดไหลย้อน ลองเปลี่ยนเป็นเคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยได้ เพราะเมื่อเคี้ยวไม่ละเอียด จะต้องย่อยนาน กรดออกมาเยอะและเกิดแก๊ส จึงดันขึ้นมาเป็นกรดไหลย้อน
😱การเคี้ยวไม่ละเอียด เป็นสาเหตุของภูมิแพ้ด้วย ทำไม⁉️
เนื่องจาก อาหารที่ผ่านการย่อย ถูกส่งมาที่ลำไส้เล็ก ลำไส้เล็กคัดเอาอาหารที่โมเลกุลเล็ก เข้ากระแสเลือด และเอาโมเลกุลใหญ่ขับทิ้ง เมื่อเกิดปัญหารอยต่อของลำไส้เล็กรั่ว ก็จะมีอาหารโมเลกุลใหญ่ หลุดเข้าไปในกระแสเลือด ซึ่งร่างกายดูดซึมไม่ได้ ร่างกายเห็นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมต้องกำจัดออก ไม่เข้าพวก ลุย!!!😎
ร่างกายจะสร้างมูกเมือก มาหุ้มเพื่อขับทิ้ง ทำให้เกิดภูมิแพ้ไอจาม ถ้าไปที่ผิวหนัง ก็จะเกิดผื่นคัน
ถ้าเคี้ยวให้ละเอียดจะหายจากภูมิแพ้ ลองดู!!! (มีคนแชร์ว่าหายจริงๆ ไม่น่าเชื่อ เจ๋ง!! 👍🏻)
2️⃣ดื่มน้ำให้เพียงพอ
บางคนดื่มน้ำ วันละ 2 ลิตรก็ยังขาดน้ำ
เพราะดื่มผิดวิธี คือดื่มทีเดียวเยอะๆ อักๆ ทีเดียว จะได้หมดๆ ถือว่าชั้นกินน้ำถึง 2 ลิตรแล้ว ร่างกายคงเพียงพอ สรุปเมื่อน้ำเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป เลือดจะเหลว ร่างกายจึงขับทิ้งทางปัสสาวะ เพื่อปรับสมดุล เรานึกว่า การฉี่เยอะร่างกายทำงานดี ที่แท้เค้าขับทิ้งเพราะเยอะเกินไป สรุปร่างกายต้องการน้ำนิดเดียว และถ้าขาดน้ำ เลือดจะข้น
🌟วิธีดื่มน้ำที่ถูกวิธี
👉ดื่มทีละครึ่งแก้ว ทุกครึ่งชั่วโมง ทดลองกับตัวเองแล้ว ดื่มน้ำลิตรกว่าเท่ากัน แต่เดินเข้าห้องน้ำน้อยลง🤩 และเคล็ดลับเพิ่ม อย่าเพิ่งรีบกลืนน้ำ ให้เรากลั้วน้ำก่อน เพื่อให้น้ำโดนน้ำย่อยจากน้ำลายก่อน น้ำนั้นจะเปลี่ยนเป็นด่าง!! สุดยอด
โดยน้ำที่ดื่ม ต้องเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง เพราะอุณหภูมิร่างกาย คือ37 (เลือดไหลเวียนดีในอุณหภูมินี้) ถ้าดื่มเราน้ำเย็นจัดหลังอาหาร ไขมันจะเกาะเป็นก้อน และจะไปบล็อคหลอดลำไส้ ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ยาก
และอีกอย่าง เมื่อดื่มน้ำเย็นลงไป ร่างกายตกใจ นี่ไม่ใช่อุณหภูมิปกติของฉัน !!! ร่างกายจะสร้างความร้อนขึ้น เพื่อลดความเย็นลง ถ้าเรากินเย็นต่อเนื่อง ร่างกายจะสะสมความร้อน เกิดภาวะร้อนเกิน ส่งผลกระทบภาวะสุขภาพ เกิดการประทุความร้อน รวมทั้งปวดหัวไมเกรน และอื่นๆ
❌ไม่กินน้ำหวาน เพราะเมื่อกินน้ำหวานร่างกายจะเป็นกรด ซึ่งปกติร่างกายเราจะเป็นด่างอ่อนๆ ที่ 7.30-7.45 เมื่อมีภาวะเป็นกรด ร่างกายจะสลายแคลเซียมจากกระดูก เพื่อปรับสมดุลให้เป็นด่าง ดังนั้นถ้าเรากินน้ำหวานมากๆ จะทำให้กระดูกบาง กระดูกพรุน😱
3️⃣ตากแดด
-แดดเช้า ไม่เกิน 7:00 ช่วยบำรุงสายตา ความอุ่นของรังสี ทำให้หลอดเลือดในตาขยายตัว
-แดดช่วง 9:00-15:00 จะรักษาโรค ก่อนตากแดด ต้องดื่มน้ำ 1 แก้ว
🔸ประโยชน์ของแสงแดด
1.ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความดัน การหมุนเวียนโลหิตดี ส่งผลดีต่างๆ
2.ลดเบาหวาน โดยการกระตุ้นเบต้าเซลล์ให้สร้างอินซูลิน
3.ช่วยปกป้องตับ
4.ช่วยไต ช่วยการทำงานของหน่วยกรองไต เพราะหน้าที่หนึ่งของไตคือกรองโปรตีน ถ้าไตมีปัญหา เราจะเคยได้ยินว่า มีโปรตีนรั่วออกในน้ำปัสสาวะ และแสงแดดนี้แหละ ช่วยเก็บโปรตีนเข้าเลือดไม่ให้หลุดไปในน้ำปัสสาวะ
5.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
6.ปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
7.ลดการอักเสบเรื้อรัง
8.ช่วยในการนอนหลับ โดยแสงแดดกระตุ้นให้สมองผลิตเซราโทนิน ทำเราให้มีความสุข ผ่อนคลาย ลดซึมเศร้า และเปลี่ยนเป็นเมลาโทนินในตอนกลางคืน ทำให้เรานอนหลับ
🌟เคล็ดลับ การตากแดด ให้ใส่ชุดขาว เพื่อให้แสงผ่านได้ ด้านหน้า 20 นาที ด้านหลัง10 นาที และอย่างเพิ่งรีบอาบน้ำ อย่างน้อยต้องทิ้งไว้ 3 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้เวลาร่างการสังเคราะห์วิตามินดี หรือใช้วิธีอาบน้ำก่อนค่อยตากแดด
4️⃣ออกกำลังกาย ระหว่างตากแดด ก็ออกกำลังกายแกว่งแขน เขย่งปลายเท้าไปด้วย พร้อมทั้งขอบคุณร่างกาย😊 จะได้ประโยชน์ทั้งสองทาง!!!
5️⃣นอนหลับให้เพียงพอ
6️⃣การขับถ่าย👉
-ขับถ่ายวันละ 1 ครั้งถือว่าท้องผูก(ฉันคิดผิดมาตลอด😱)
-ขับถ่าย 2 ครั้ง= พอใช้
-ขับถ่าย3 ครั้ง= ดี
เพราะถ้าเราขับถ่ายไม่ดี ของเสียจะถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย(ใช้ detox ช่วยได้จ้า😁)
7️⃣อารมณ์จิตใจ ซึ่งสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่งเลย เพราะความเครียดหรืออารมณ์ลบต่าง ๆเช่น ความกลัว วิตกกังวล เศร้าเสียใจ น้อยใจ เป็นสาเหตุของหลายๆโรคเยอะมาก เครียดแป๊บเดียวไม่เป็นไร แต่เครียดตลอดเวลา ทำให้ร่างกายอักเสบ ก่อเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าเบาหวาน ความดัน หัวใจ ไขมัน โรคหลอดเลือด ภุมิคุ้มกันตกด้วย
ดังนั้น ยิ้มให้กับตัวเอง😃 มองกระจกยิ้มให้กับคนสวยหล่อที่หน้ากระจก ให้สารแห่งความสุข โดปามีน หลั่งออกมา😉
มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็ปล่อยวาง ให้อภัย ให้อภัยตัวเอง และผู้อื่น เพราะทุกคนก็กำลังเรียนรู้เหมือนกันกับเรา ย่อมผิดพลาดได้เป็นธรรมดา และสิ่งที่พบเจอเป็นกระจกสะท้อนพลังงานเรา เพื่อให้เราพัฒนาและข้ามบททดสอบนั้น ดังนั้น…ให้ขอบคุณและยอมรับ พิจารณา และปล่อยวาง
ไม่เอาอดีตมาย้ำจิตเรา ไม่กังวลอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และกฎแรงดึงดูด เมื่อเรากังวลเรื่องใดซ้ำๆ ก็จะดึงดูดสิ่งนั้นมา จักรวาลคิดว่าเราต้องการสิ่งนี้ ดังนั้นกลับมา back to basic ให้เราฝึกอยู่กับปัจจุบันขณะ ฝึกการเป็นผู้ดู ไม่เป็นผู้เล่น อย่างที่พวกเราก็กันฝึก ค่ะ
อย่างที่พวกเราได้เรียนรู้มา ทุกอย่างเป็นทวิภาวะ เราไม่สามารถ ยึดติดกับด้านที่เราต้องการด้านเดียวได้ เช่นถ้ายึดติด ความสุข เมื่อไม่สุข เราก็ทุกข์ ..เรายึดติดความรัก เมื่อไม่รักก็ทุกข์ เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง ไม่ยึดติดด้านใด เพราะทุกอย่างอยู่คู่กันเสมอเป็นธรรมชาติ เมื่อมีแสงก็มีเงา เมื่อมีความสุขก็มีความทุกข์ มีดีมีไม่ดี ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอ ดังนั้นให้อยู่ตรงกลาง แค่รับรู้แบะวาง เราจะได้ไม่ทุกข์
สรุป ให้สมดุลทั้งกาย จิตใจ และจิตวิญญาณค่ะ 😍