ศูนย์ดูแล ฟื้นฟูกระดูกและข้อ D-Boone

ศูนย์ดูแล ฟื้นฟูกระดูกและข้อ D-Boone ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ดูแล ฟื้นฟูกระดูกและข้อ D-Boone, Bangkok.

ปวดต้นคอ (Neck Pain) (แชร์เลย)เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อคอที่หลายคนเป็นได้บ่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีสาเหตุ...
21/08/2017

ปวดต้นคอ (Neck Pain) (แชร์เลย)

เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อคอที่หลายคนเป็นได้บ่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีสาเหตุที่ร้ายแรง และสามารถทุเลาลงภายในไม่กี่วัน แต่อาการปวดต้นคอที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากสาเหตุร้ายแรง อย่างการได้รับบาดเจ็บหรือป่วยเป็นโรคที่ต้องรับการรักษาจากแพทย์ หากเกิดอาการปวดต้นคออยู่เรื่อย ๆ ติดต่อกันนานมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือเกิดอาการชา มือและแขนอ่อนแรง หรือเจ็บแปลบที่ไหล่หรือแขน ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและรับการรักษา

----- ปวดต้นคอ ------

- อาการปวดต้นคอ

ผู้ที่เกิดอาการปวดต้นคอนั้น มักปรากฏลักษณะของอาการดังต่อไปนี้

- รู้สึกปวดมากขึ้นเมื่อต้องหันคอไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานาน เช่น ขับรถหรือนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ

- กล้ามเนื้อตึงหรือกระตุก

- หันศีรษะหรือคอไม่ค่อยได้

- นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจเกิดอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่
- ชา
- เสียวแปลบ
- กลืนอาหารลำบาก
- ได้ยินเสียงคล้ายหวดไม้อยู่ในหัว
- ปวดศีรษะและวิงเวียนศีรษะ
- ต่อมน้ำเหลืองบวม

ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดหัว เจ็บใบหน้า ปวดไหล่ แขนชาและรู้เสียวแปลบ ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นอาการที่เกิดจากเส้นประสาทคอถูกกดทับ และบางรายก็อาจเกิดอาการปวดหลังช่วงบนหรือหลังช่วงล่างด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกระดูกสันหลังอักเสบด้วยโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

---- สาเหตุของการปวดต้นคอ

คอมีความยืดหยุ่นและทำหน้าที่รับน้ำหนักศีรษะ จัดเป็นอวัยวะที่เปราะบาง ได้รับบาดเจ็บและเกิดอาการปวดหรือแข็งเกร็งได้ง่าย โดยสาเหตุที่ทำให้ปวดต้นคอ แบ่งได้ดังนี้

- กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เป็นอาการปวดต้นคอที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากกล้ามเนื้อแข็งเกร็งนั้นมาจากกิจกรรมหรือพฤติกรรมในการใช้งานกล้ามเนื้อคอที่ผิดท่าและนานเกินไป ได้แก่
- จัดวางระเบียบท่าทางไม่ถูกต้อง
- นั่งทำงานนานเกินไปโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
- นอนหลับแล้วหันคอผิดท่า
- คอกระตุกระหว่างออกกำลังกาย
- ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน
- นอนกัดฟัน
- การได้รับบาดเจ็บที่คอ คอถือเป็นอวัยวะเปราะบาง เสี่ยงได้รับบาดเจ็บได้ง่าย โดยอาการบาดเจ็บที่คอเกี่ยวเนื่องกับการที่ศีรษะถูกกระชากทันที มักเกิดขึ้นหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนโดยไม่ทันตั้งตัว เช่น รถชน เป็นต้น ภาวะดังกล่าวทำให้ข้อต่อหรือเอ็นของคอได้รับความเสียหาย นอกจากอาการปวดต้นคอและคอแข็งแล้ว การได้รับบาดเจ็บที่คอยังทำให้กล้ามเนื้อคอตึง เคลื่อนไหวคอได้น้อยลงและจะเจ็บเมื่อต้องหันคอ รวมทั้งปวดหัวด้วย
- ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative Disc Disease) มักเป็นสาเหตุอาการปวดต้นคอในผู้สูงอายุ บางครั้งก็เรียกภาวะนี้ว่า โรคกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) มักไม่ปรากฏอาการ หากกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมอยู่ใกล้เส้นประสาทจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บลามไปตั้งแต่แขน เป็นเหน็บ และชาที่มือและขา ทั้งนี้ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีส่วนใหญ่จะเกิดกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมโดยอาจไม่มีอาการปวดต้นคอ
- เส้นประสาทถูกกด (Pinched Nerve) อาการปวดต้นคอที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดนั้นมีสาเหตุมาจากโรครากประสาทคอ (Cervical Radiculopathy) โดยส่วนใดส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลังที่อยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลังนั้นแยกออกและมีเจลข้างในกระดูกนูนออกมาข้างนอกใกล้กับเส้นประสาท พบในผู้สูงอายุได้บ่อยกว่า เนื่องจากกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อมและสูญเสียมวลน้ำเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้กระดูกขาดความยืดหยุ่นและเสี่ยงต่อการกระดูกแยกได้ง่าย นอกจากปวดต้นคอแล้ว อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รู้สึกชา เกิดอาการเหน็บชา แขนบางส่วนเจ็บและอ่อนแรง ผู้ป่วยอาจรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ ทั้งนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยบางราย
- การติดเชื้อ อาการติดเชื้อที่พบได้ทั่วไปอย่างการติดเชื้อไวรัสในคอ จะทำให้ท่อน้ำเหลืองบวม นำไปสู่อาการปวดคอได้ นอกจากนี้ อาการปวดต้นคอยังมาจากการติดเชื้อที่พบได้ไม่บ่อย เช่น วัณโรค กระดูกอักเสบและหมอนกระดูกสันหลังอักเสบ (ทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (เกิดการติดเชื้อบริเวณเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหัวและเป็นไข้ร่วมกับอาการคอแข็ง)
ภาวะที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอ อาการปวดต้นคอสามารถเกิดจากภาวะอื่นที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอโดยตรง เช่น กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน (Fibromyalgia) หรือภาวะปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนเหตุอักเสบเรื้อรัง (Polymyalgia Rheumatica: PMR)

อาการปวดต้นคออาจมาจากสาเหตุร้ายแรงหากผู้ป่วยเป็นมานานและอาการแย่ลงเรื่อยๆ รวมทั้งเกิดอาการต่อไปนี้
มีอาการอ่อนแรง หรือชาบริเวณแขนหรือมือ
ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม

มีปัญหาการเดินและการเคลื่อนไหว ร่างกายไม่สามารถควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้

เป็นไข้สูงและคอแข็งเกร็ง

น้ำหนักลดอย่างหาสาเหตุไม่ได้

สาเหตุของอาการปวดต้นคอจะยิ่งรุนแรงขึ้นหากผู้ป่วยเพิ่งได้รับบาดเจ็บมาไม่นาน หรือมีประวัติป่วยเป็นมะเร็งหรือโรคที่ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย

---- การวินิจฉัยการปวดต้นคอ

- แพทย์จะดูประวัติอาการปวดคอ อาการอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับอาการปวดคอ และการรักษาที่ผ่านมาของผู้ป่วย และตรวจดูว่าคอของผู้ป่วยเกิดอาการตึง ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงแค่ไหน รวมทั้งดูว่าผู้ป่วยสามารถหันศีรษะไปข้างหน้า ข้างหลัง หรือด้านข้างได้มากน้อยเท่าใด นอกจากนี้ แพทย์อาจทำการตรวจเพื่อวินิจฉัยอาการด้วยวิธีอื่น ๆ ดังนี้

- การตรวจด้วยภาพสแกน วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้วินิจฉัยประกอบกับประวัติการรักษาของผู้ป่วยและการตรวจร่างกาย แพทย์อาจต้องทำการตรวจผู้ป่วยโดยใช้วิธีที่แสดงภาพกล้ามเนื้อคอให้เห็นชัดเจนขึ้น เพื่อวินิจฉัยอาการปวดต้นคอของผู้ป่วย ดังนี้

- เอกซเรย์ ภาพเอกซเรย์จะแสดงบริเวณเส้นประสาทหรือกระดูกสันหลังที่อาจถูกกระดูกงอก (Bone Spurs) กดทับหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง
- การทำซีทีสแกน การทำซีทีสแกนควบคู่ไปกับภาพเอกซเรย์คอจุดต่าง ๆ จะช่วยให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อคอได้มากขึ้น
- การตรวจ ด้วยเอ็มอาร์ไอ วิธีนี้จะช่วยให้เห็นกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน รวมทั้งไขสันหลังและเส้นประสาทที่มาจากไขสันหลัง
- การตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ นอกจากการตรวจด้วยภาพสแกนแล้ว ยังปรากฏการตรวจและวินิจฉัยอาการปวดต้นคอด้วยวิธีอื่น ๆ ดังนี้
- การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) แพทย์จะตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อเมื่อคิดว่าอาการปวดต้นคอของผู้ป่วยอาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทถูกกดทับ โดยแพทย์จะสอดเข็มผ่านผิวหนังเข้าไปและเริ่มทำการตรวจเพื่อวัดความเร็วของสัญญาณประสาท โดยความเร็วของสัญญาณประสาทจะช่วยให้รู้ว่าเส้นประสาทของผู้ป่วยทำงานปกติหรือไม่
- การตรวจเลือด วิธีนี้จะช่วยให้รู้ว่าผู้ป่วยมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งทั้งสองอย่างอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการปวดต้นคอ

การรักษาอาการปวดต้นคอ

วิธีรักษาอาการปวดต้นคอขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดต้นคอจากกล้ามเนื้อที่มีอาการไม่รุนแรงนั้น มักดูแลให้ดีขึ้นได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ดังนี้

- การรักษาด้วยยา แพทย์จะจ่ายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด ซึ่งประกอบด้วย
- ยาพาราเซตามอล ผู้ใหญ่ควรรับประทานตัวยาขนาด 500 มิลลิกรัม จำนวน 2 เม็ด วันละ 4 ครั้ง
- ยาแก้ปวดลดการอักเสบ ผู้ป่วยบางรายที่รับประทานยานี้อาจดีขึ้นเมื่อเทียบกับยาพาราเซตามอล โดยสามารถรับประทานเฉพาะยาแก้ปวดลดการอักเสบอย่างเดียวหรือกินควบคู่กับยาพาราเซตามอลก็ได้ หากมีประวัติป่วยเป็นโรคกระเพาะ โรคหอบ ความดันโลหิตสูง ไตทำงานไม่ดี หรือหัวใจล้มเหลว อาจใช้ยาในกลุ่มนี้ไม่ได้หรือต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด
- ยาแก้ปวดชนิดแรง หากยาแก้ปวดลดการอักเสบไม่ทำให้อาการดีขึ้น ผู้ป่วยอาจใช้ยาแก้ปวดชนิดแรงอย่างยาโคเดอีน (Codeine) แทน โดยยานี้ก่อให้เกิดอาการท้องผูกซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา ผู้ป่วยจึงควรดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่มีกากใยเพื่อป้องกันอาการท้องผูก
- ยาคลายกล้ามเนื้อ หากผู้ป่วยมีอาการปวดตึงที่คอมากขึ้น แพทย์จะสั่งจ่ายยาคลายกล้ามเนื้อให้

การบำบัด การรักษาอาการปวดต้นคอด้วยวิธีบำบัดมีหลายวิธี ดังนี้

- กายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดจะสอนให้ผู้ป่วยจัดระเบียบท่าทางให้ถูกต้อง รวมทั้งสอนการออกกำลังกายที่เสริมความแข็งแรงและช่วยจัดแนวของคอ และใช้วิธีกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยความร้อน ความเย็น หรือไฟฟ้า เพื่อช่วยลดอาการปวดต้นคอและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ
- การระงับปวดด้วยกระแสไฟฟ้า (Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation: TENS) แพทย์จะวางขั้วไฟฟ้าไว้ตรงผิวหนังใกล้บริเวณที่เกิดอาการปวด โดยขั้วไฟฟ้าจะส่งกระแสไฟฟ้าออกมาเพื่อบรรเทาอาการปวดต้นคอ
- กายภาพบำบัดด้วยการดึงคอ การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักกายภาพบำบัด วิธีนี้อาจช่วยให้อาการปวดต้นคอบรรเทาลงบ้าง โดยเฉพาะอาการที่เกี่ยวกับรากประสาท
- การใส่เฝือกชั่วคราว เฝือกอ่อนจะช่วยพยุงคอผู้ป่วย อาจช่วยให้อาหารปวดทุเลาลง โดยเฝือกจะช่วยลดแรงกดในการพยุงคอ อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องใส่เฝือกควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ศัลยกรรมและกระบวนการอื่น ๆ นอกจากการรักษาด้วยยาและการบำบัดต่างๆ แล้ว ผู้ที่มีอาการปวดต้นคอสามารถรับการรักษาด้วยวิธีศัลยกรรมและกระบวนการอื่น ๆ ดังนี้
- การฉีดสเตียรอยด์ แพทย์อาจฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid Medications) ตรงบริเวณที่ใกล้รากประสาท เข้าไปยังข้อฟาเซ็ท (Facet Joints) ซึ่งอยู่ตรงกระดูกสันหลัง หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อคอเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้ แพทย์อาจฉีดยาชาเพื่อช่วยลดอาการปวดต้นคอให้ผู้ป่วยด้วย
- การผ่าตัด แพทย์อาจผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการรากประสาทหรือไขสันหลังถูกกดทับ โดยวิธีรักษานี้ไม่ได้รักษาผู้ที่มีอาการปวดต้นคอบ่อยนัก จะใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

ภาวะแทรกซ้อนของอาการปวดต้นคอ

ผู้ที่มีอาการปวดต้นคอซึ่งมีสาเหตุมาจากการได้รับบาดเจ็บที่คอ โดยศีรษะถูกกระชากให้หันไปด้านใดด้านหนึ่งทันทีนั้น สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ที่ประสบภาวะดังกล่าวอาจได้รับผลจากภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวซึ่งพบได้น้อยราย ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมักหายได้โดยใช้เวลาหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเจ็บหรือปวดหัวเรื้อรังอยู่หลายปีหลังจากประสบอุบัติเหตุ ซึ่งอาการปวดเรื้อรังจากการได้รับบาดเจ็บลักษณะนี้ไม่ปรากฏคำอธิบายทางการแพทย์ที่ชัดเจน

การป้องกันอาการปวดต้นคอ

ส่วนใหญ่แล้ว อาการปวดต้นคอมักมีสาเหตุมาจากการจัดวางท่าทางไม่ถูกต้อง รวมทั้งภาวะกระดูกเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น การตั้งศีรษะให้ตรง อยู่ตรงกลางตามแนวกระดูกสันหลังคือวิธีป้องกันอาการดังกล่าว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้

- จัดท่าทางให้ถูกต้อง เมื่อยืนหรือนั่งควรให้ไหล่ตั้งตรงอยู่ในแนวเดียวกับสะโพก เช่นเดียวกับใบหูที่อยู่เหนือไหล่ในแนวเดียวกัน
- ควรเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ไม่ควรนั่งทำงานท่าเดิมนานเกินไป
- จัดโต๊ะทำงาน โดยให้หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา ปรับเก้าอี้ให้นั่งแล้วหัวเข่าอยู่ต่ำกว่าสะโพกเล็กน้อย และใช้เก้าอี้ทำงานที่มีที่พักแขน
- ไม่ควรคุยโทรศัพท์โดยแนบไว้ระหว่างไหล่กับหู ควรเปิดลำโพงหรือใช้หูฟังในการคุยโทรศัพท์แทน
- หยุดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำให้เสี่ยงเกิดอาการปวดต้นคอได้สูง
ไม่ควรแบกหรือสะพายกระเป๋าหนักๆ ไว้บนไหล่ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
- ควรนอนให้ศีรษะและคออยู่ในแนวเดียวกับร่างกาย โดยใช้หมอนเล็กๆ รองคอไว้ นอนราบให้หลังติดที่นอนและใช้หมอนรองต้นขาให้สูงขึ้น

สนใจสินค้าของแท้ Lot ใหม่ที่สุดของบริษัท
เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง โปรดติดต่อเราผ่าน 2 ช่องทาง นี้นะค่ะ
สนใจติดต่อตัวแทนโดยตรง
ดีบูนของแท้ 💯%
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปพูดคุยค่ะ
เพื่อความสะดวกในการแนะนำที่ตรงจุด และ แจ้งราคาชุดฟื้นฟู ชุดดูแล ค่ะ😊😊

📲สามารถแจ้งเบอร์ให้ติดต่อกลับไว้ได้เลยค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่📲 095-2494031 นุชค่ะ

21/08/2017
นิ้วล็อคคืออะไร ?โรคนิ้วล็อค        เป็นโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศทุกวัย แต่จะส...
21/08/2017

นิ้วล็อคคืออะไร ?
โรคนิ้วล็อค
เป็นโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศทุกวัย แต่จะส่วนใหญ่จะพบได้มากในกลุ่มคนวัยทำงาน โรคนี้ไม่ได้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่หากใครก็ตามที่เป็นโรคนี้แล้ว มือของคุณจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็ม 100 % เพราะจะทั้งเจ็บปวด ทั้งน่ารำคาญ ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้สะดวก แถมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อจะได้ไม่เกิดการผิดพลาดในการหยิบจับ ส่วนสาเหตุของการเกิดนิ้วล็อคนั้นก็จะมาจากการทำงานที่ต้องใช้นิ้วซ้ำๆ กันบ่อยๆ ทำให้นิ้วเกิดการเกร็ง ซึ่งจะทำให้ ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ จนสุดท้ายก็นำไปสู่การเป็นภาวะนิ้วล็อคได้

!!!..😵😵จะทนปวด...อยู่ทำไม😵😵...!!!อีกทางเลือกของการฟื้นฟูกระดูกด้วยสารสกัดจากธรรมชาติปลอดภัยเห็นผลในระยะเวลาสั้นๆ!!!🔉ท่าน...
01/08/2017

!!!..😵😵จะทนปวด...อยู่ทำไม😵😵...!!!
อีกทางเลือกของการฟื้นฟูกระดูกด้วยสารสกัดจากธรรมชาติปลอดภัยเห็นผลในระยะเวลาสั้นๆ!!!
🔉ท่านที่ทำงานหนัก ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ชานิ้วมือ นิ้วล็อค
🔉ข้อเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกทรุด รูมาตอยด์

💪ดีบูน นวัตกรรมใหม่ในการดูแลกระดูกและข้อ เห็นผลไว
🌿ช่วยบรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบ
🌿ผู้ที่มีปัญหา ปวดหลัง ปวดคอ 🌿ปวดไหล่ ปวดตามข้อ รูมาตอยด์
🌿ป้องกันภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน
🌿วัยหมดประจำเดือน
🌿นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เอ็นร้อยหวายอักเสบ
🌿ผู้ที่ต้องการความสูง

🎯ส่วนประกอบที่สำคัญ
1.คอลลาเจนจากปลาทะเล
2.กระดูกอ่อนปลาฉลาม
3.แคลเซียม
4.สารสกัดจากเปลือกสน
5.สารสกัดจากขมิ้น
6.วิตามินซี
7.วิตามินดี 3

✔เลขที่ อ.ย. 10-1-15456-10006
✔บริการดุจญาติมิตรด้วยจิตและจรรยาบรรณ
✔สนใจติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกโดยตรง

โทรติดต่อสอบถาม
095-2494031

มีบริการเก็บเงินปลายทางหน้าบ้าน

คลิ๊กแชทสอบถามในไลน์
Line:

ปวดข้อนิ้วมือตอนเช้าเกิดจากอะไร ใครที่รู้สึกปวดข้อนิ้วมือตอนเช้าของทุกวันล่ะก็อย่าได้นิ่งนอนใจไปนะคะ เพราะนั่นอาจกำลังเป...
31/07/2017

ปวดข้อนิ้วมือตอนเช้าเกิดจากอะไร

ใครที่รู้สึกปวดข้อนิ้วมือตอนเช้าของทุกวันล่ะก็อย่าได้นิ่งนอนใจไปนะคะ เพราะนั่นอาจกำลังเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อยู่ก็เป็นได้ค่ะ ซึ่งโรคนี้จะทำให้ผู้ที่เป็นรู้สึกรำคาญใจและทรมานเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน และหากไม่รีบทำการรักษาทิ้งไว้ให้เรื้อรังไปเรื่อยๆ แบบนี้ล่ะก็ อาจถึงขั้นใช้งานไม่ได้และพิการตลอดไปก็ได้นะคะ

สาเหตุของอาการปวดข้อนิ้วมือตอนเช้าเกิดจากอะไร?

– เกิดการได้รับเชื้อไวรัส หรือสารพิษบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย

– เกิดจากกรรมพันธุ์ที่มีประวัติคนในครอบครัว หรือญาติเคยเป็นมาก่อน

– เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ หรือเยื่อบุต่างๆ ภายในร่างกาย เนื่องจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันโรคบางอย่าง

กระดูกทับเส้น ปวดแบบไหน?ลองเช็คอาการ ของตัวเองในเบื้องต้น ว่าเข้าข่ายกระดูกทับเส้นหรือไม่1.ปวดคอ หรือ ปวดหลัง หรือ ปวดเอ...
31/07/2017

กระดูกทับเส้น ปวดแบบไหน?
ลองเช็คอาการ ของตัวเองในเบื้องต้น ว่าเข้าข่ายกระดูกทับเส้นหรือไม่
1.ปวดคอ หรือ ปวดหลัง หรือ ปวดเอว
2.อยู่เฉยๆก็ปวด (ไม่ได้ขยับ ยกของ หรือเครื่องไหวผิดท่า)
3.ปวดเรื้อรัง หรือ เป็นๆ หายๆ มาๆไปๆ
4.ปวดร้าวลงแขนหรือขา
5.มีอาการชาร่วมด้วย
6.เริ่มอ่อนแรง ยกแขน ขา ไม่ขึ้น
7.กล้ามเนื้อบางส่วนลีบ
8.ทรงตัวไม่ค่อยดี เดินเซ
9.ควบคุมระบบการขับถ่ายไม่ค่อยได้
10.เดิน ยืน ไม่ได้
ถ้าเช็คแล้ว เป็น 4 ใน 10 ข้อขึ้นไป ระวังไว้ เข้าข่ายแล้วค่ะ
รีบพบแพทย์ หรือ อีกทางเลือกในการดูแลกระดูกและข้อ!!!
ให้ธรรมชาติบำบัต ไม่ต้องเสี่ยงผ่า ไม่ต้องฉีดยา
อาการปวด อาการชาจะดีขึ้น และกล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแรงจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ ด้วยดีบูน

30/07/2017
กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท มีสาเหตุจากการนั่งทำงานนานๆ หรือนั่งขับรถเป็นเวลานาน จะเกิดการกดทับที่บริเวณกล้ามเนื้อสะโพ...
26/07/2017

กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท มีสาเหตุจากการนั่งทำงานนานๆ หรือนั่งขับรถเป็นเวลานาน จะเกิดการกดทับที่บริเวณกล้ามเนื้อสะโพกทำให้กล้ามเนื้อมีอาการอักเสบ ตึงตัว เกร็งตัวขึ้น ส่งผลให้ไปกดเบียดกับเส้นประสาทที่ผ่านบริเวณนั้น จึงทำให้เกิดอาการปวดและชาร้าวลงขาได้

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้
เรายินดีให้คำปรึกษา
Tel. 095-2494031 คุณนุช

“มือชา” ปัญหาที่พบบ่อย❕🚩อาการ🚩➡️ จะเริ่มชาที่ฝ่ามือและนิ้วมือ ในขณะที่ใช้มือทำงานอย่างต่อเนื่อง  และถ้าเป็นมากอาจมีอาการ...
26/07/2017

“มือชา” ปัญหาที่พบบ่อย❕

🚩อาการ🚩

➡️ จะเริ่มชาที่ฝ่ามือและนิ้วมือ ในขณะที่ใช้มือทำงานอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นมากอาจมีอาการชาจนเป็นเหน็บในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน

➡️และมีอาการปวดตอนกลางคืนจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อขยับมือหรือบีบนวดฝ่ามือ

➡️และถ้าปล่อยไว้นานจะมีการอ่อนกำลังของมือหยิบจับสิ่งของแล้วร่วงหล่น จนถึงขั้นมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อมือในที่สุด

🚫สาเหตุของมือชา🚫

⛔ ส่วนมากเกิดจากการหนาตัวของเอ็นยืดกระดูกบริเวณข้อมือ หรือที่บริเวณอุโมงค์ข้อมือ เอ็นนี้จะไปกดรัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ

⛔และเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกที่ฝ่ามือ การเคลื่อนไหวของข้อมือมาก ๆ จะทำให้เกิดการระคายมากขึ้น

❎ปวดเข่า ❎ปวดหลัง ❎ปวดแขน/ขา
❎ปวดเอว ❎ปวดสะโพก ❎ปวดไหล่
❎ปวดคอ ❎ปวดตามข้อกระดูก
❎ชามือ/ชาเท้า

🚩ใส่ใจดูแลกระดูกก่อนสายเกินแก้

👏"ดีบูน" คือทางเลือก👏
✔สนใจสอบถามได้ค่ะ รับข้อมูลเพิ่มหรือสั่งซื้อ

📞 095-249-4031 คุณนุช

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66952494031

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ดูแล ฟื้นฟูกระดูกและข้อ D-Booneผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์