27/08/2026
สรุปและเรียบเรียงคลิป: ระบบ AI จัดการความรู้ด้วย Hermes Agent, Obsidian และ Codex
เรียบเรียงให้อ่านเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย (ม.6)
บทความนี้เรียบเรียงจากคลิปวิดีโอที่อธิบายวิธีใช้เครื่องมือ AI สามตัวทำงานร่วมกัน
เพื่อช่วยจัดเก็บความรู้ ประมวลผล และส่งต่องานให้เสร็จโดยอัตโนมัติ
ผู้เรียบเรียงได้ปรับสำนวนให้อ่านง่ายขึ้น ตัดคำฟุ่มเฟือย และอธิบายศัพท์เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้
คำศัพท์ควรรู้ก่อนอ่าน
● Hermes Agent — โปรแกรมผู้ช่วย AI ที่อ่านข้อมูล/ความรู้ แล้ว “สั่งงานต่อ” ให้เครื่องมืออื่นทำงานให้ได้ ทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางที่ประสานงานระหว่างเครื่องมือต่าง ๆ
● Obsidian — โปรแกรมสำหรับจดบันทึก (โน้ต) โดยเก็บเป็นไฟล์ประเภท .md ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ จุดเด่นคือไฟล์เหล่านี้เชื่อมโยงถึงกันได้ คล้ายเป็นแผนที่ความรู้
● Codex CLI — เครื่องมือที่รับคำสั่งไปเขียนโค้ดโปรแกรมหรือทำโปรเจกต์ต่อให้โดยอัตโนมัติ
● Vault — คำเรียก “คลังไฟล์” ทั้งหมดของ Obsidian ที่เก็บโฟลเดอร์และโน้ตทุกอย่างไว้
● ไฟล์ .md (Markdown) — ไฟล์ข้อความธรรมดาที่จัดรูปแบบง่าย ๆ ได้ เช่น ตัวหนา หัวข้อ หรือลิสต์ นิยมใช้เก็บโน้ต
● PARA — วิธีจัดหมวดหมู่โฟลเดอร์แบบหนึ่ง ย่อมาจาก Projects (โปรเจกต์ที่กำลังทำ), Areas (พื้นที่รับผิดชอบระยะยาว), Resources (แหล่งข้อมูลอ้างอิง), Archive (คลังเก็บถาวร)
บทนำ
ผู้สร้างคลิปเปิดเรื่องด้วยการแนะนำเครื่องมือหลัก 3 อย่างที่จะใช้ตลอดคลิป:
● Hermes Agent = ผู้ช่วย AI ที่อ่านความรู้แล้วสั่งงานต่อได้
● Obsidian = ที่เก็บโน้ตในรูปแบบไฟล์
● Codex CLI = เครื่องมือที่รับงานไปเขียนโค้ดหรือทำโปรเจกต์ให้
ประเด็นสำคัญของช่วงเปิดคลิปคือ ระบบนี้ไม่ได้ใช้จดบันทึกความรู้ไว้เฉย ๆ แต่ทำให้ความรู้นั้น “ถูกอ่านได้” และ “ส่งต่อกลายเป็นงานจริง” ได้ด้วย
ภาพรวมของระบบ
บทบาทของเครื่องมือทั้ง 3 ตัวตามที่คลิปอธิบาย:
● Hermes ทำหน้าที่เหมือน “สายรัดอานม้า” ที่ครอบโมเดล AI ตัวไหนก็ได้เข้าไว้ด้วยกัน
● Codex คือส่วนที่ลงมือทำงานจริง เปรียบเหมือนสมองที่ลงมือปฏิบัติ ในคลิปเลือกใช้แบบแพ็กเกจของ ChatGPT
● Obsidian คือคลังเก็บไฟล์ .md บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งไฟล์เหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายความรู้ได้
วิธีตั้งค่าเบื้องต้นบนโปรแกรม Hermes เวอร์ชัน Desktop ตามที่คลิปแสดงคร่าว ๆ:
1. ไปที่เมนู Edit Model
2. เลื่อนไปที่ Provider
3. เลือก OpenAI เพื่อเชื่อมต่อกับ Codex
โครงสร้างคลังไฟล์ (Vault) ที่ใช้ในคลิป
คลิปใช้แนวทางจัดโฟลเดอร์แบบ PARA ผสมกับโฟลเดอร์ Daily (บันทึกประจำวัน) และ Inbox (กล่องรับงานเข้าใหม่) โดยมีโครงสร้างดังนี้:
Vault
├── Inbox
├── Daily
├── Projects
├── Areas
├── Resources
└── Archive
นอกจากนี้ยังมีโฟลเดอร์ Template (แม่แบบโน้ตสำเร็จรูป) และ Attachment (สำหรับเก็บไฟล์แนบ) เพิ่มเติมด้วย
ลำดับการอ่านไฟล์ที่ AI ควรทำตาม
คลิปเน้นว่าไม่ควรปล่อยให้ AI เปิดโน้ตแบบสุ่ม แต่ควรอ่านตามลำดับนี้:
● 1. ไฟล์โครงสร้างในโฟลเดอร์ Wiki (ในคลิปเรียกว่า Schema)
● 2. ไฟล์ Index
● 3. งานล่าสุดที่เป็นไฟล์ .md
● 4. นำความรู้ที่ได้ไปใช้งานต่อ
● 5. เก็บข้อมูลดิบไว้ แล้วค่อยอัปเดตหน้า Wiki ทีหลัง
● 6.โฟลเดอร์ต้นทางแบบ “Raw”
ตัวอย่างงานที่ใช้ในคลิป
งานตัวอย่างในคลิปเป็นงานลักษณะนี้:
● วิจัยเรื่อง Medical AI (ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์)
● ส่งงานเขียนโค้ดให้ Codex ทำ
● นำผลลัพธ์กลับมาเก็บไว้ใน Obsidian
ผู้สร้างคลิปบอกว่าระบบนี้
ใช้ได้ทั้งกับคนทำคอนเทนต์ ทีมพัฒนาโปรแกรม งานวิจัย และงานในองค์กรทั่วไป
เริ่มใช้งาน Hermes Agent Desktop
ช่วงนี้เป็นการลงมือสาธิตจริงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนคร่าว ๆ ที่คลิปแสดง:
● 1. ติดตั้งโปรแกรม Hermes Agent Desktop ตามระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน
● 2. ใช้ไฟล์/ข้อความตั้งต้นที่เตรียมไว้ในกลุ่ม Skool ชื่อ “BoomBigNose+” (ตามที่คลิปอ้างถึง) แล้วคัดลอกไปใช้
● 3. สร้างโฟลเดอร์งานใหม่บนเครื่อง
● 4. กดสร้างโปรเจกต์ใหม่ในโปรแกรม Hermes
● 5. ตั้งชื่อโปรเจกต์ แล้วกดปุ่ม “Generate idea” เพื่อให้ระบบสร้างโครงโฟลเดอร์ให้อัตโนมัติ
ชื่อโปรเจกต์ตัวอย่างที่ปรากฏในคลิป ได้แก่ “Hermes Research Medical AI” และ “Hermes Feed Engineer” โดยงานที่สั่งจริงในคลิปคือการวิจัย AI ทางการแพทย์
ผลลัพธ์หลังกดสร้างโปรเจกต์ คือระบบ GPT ของ OpenAI/Codex จะสร้างโครงโฟลเดอร์และไฟล์ Markdown แยกเป็นไฟล์ ๆ ไว้ใน Vault ให้โดยอัตโนมัติ
ผลลัพธ์ของระบบ
ผู้สร้างคลิปสาธิตผลลัพธ์ที่ระบบสร้างเสร็จแล้ว ได้แก่:
● โฟลเดอร์ต่าง ๆ ใน Obsidian ถูกจัดเรียงเรียบร้อย
● มีโน้ตที่ Hermes เขียนกลับเข้ามาใน Vault
● มีการส่งงานต่อไปให้ Codex ทำ แล้วดึงผลงานกลับมาดูได้
ให้ Hermes บันทึกข้อมูลลง Obsidian
ใจความสำคัญของช่วงนี้:
● Hermes ไม่ได้แค่ตอบคำถามลอย ๆ
● แต่จะถูกสั่งให้ “เขียนไฟล์บันทึกลง Vault” จริง ๆ
● เมื่อผู้ใช้เปิดโปรแกรม Obsidian ก็จะเห็นโน้ตใหม่ถูกจัดเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ถูกต้องแล้ว
ในเชิงเทคนิค เว็บไซต์ของ Hermes ยืนยันหลักการนี้ตรงกัน คือตัว agent จะเขียนไฟล์ .md ลงในโฟลเดอร์ที่กำหนดผ่านค่า OBSIDIAN_VAULT_PATH โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรม Obsidian ค้างไว้ระหว่างทำงาน แต่จะเปิด Obsidian ภายหลังเพื่อดูภาพรวมความเชื่อมโยงของโน้ต (graph) และจัดระเบียบเพิ่มเติมเท่านั้น
Hostinger
ช่วงนี้เป็นการโฆษณาบริการเช่าเซิร์ฟเวอร์ Hostinger เพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องบนคลาวน์ ในคำบรรยายใต้คลิปมีลิงก์ของ Hostinger พร้อมโค้ดส่วนลด “BOOMBIGNOSE” แนบมาด้วย ช่วงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจัดโฟลเดอร์โดยตรง
การจำกัดความยาวข้อมูล และสรุปปิดท้าย
คลิปปิดท้ายด้วยประเด็นเรื่องการจัดการปริมาณข้อมูลที่ให้ AI อ่าน คือควรให้ AI อ่านข้อมูลยาวแค่ไหน เหตุผลที่ต้องคิดเรื่องนี้ก็เพราะ ถ้าปล่อยให้ AI อ่านไฟล์ทั้งหมดใน Vault พร้อมกันในครั้งเดียว ระบบอาจทำงานช้าลง หรือใช้โควตาการใช้งานหมดเร็วเกินไป
วิธีแก้ที่คลิปแนะนำคือ จำกัดให้ AI อ่านเฉพาะไฟล์ที่จำเป็นต่องานนั้น ๆ เท่านั้น เช่น ไฟล์ Schema ไฟล์ Index หรือไฟล์งานล่าสุด แทนที่จะให้อ่านทุกไฟล์
สรุปโครงสร้างที่ยืนยันได้จากคลิป
Vault ของคลิป
├── Inbox
├── Daily
├── Projects ← ตัวอย่างในคลิป: Hermes Research Medical AI, Hermes Feed Engineer
├── Areas
├── Resources
├── Archive
├── Wiki
│ ├── Schema
│ └── Index
├── Template
└── Attachment
ลำดับการทำงานที่ AI ใช้: Schema → Index → ไฟล์งานล่าสุด → ประมวลผล → บันทึกกลับเข้า Vault
สายงานโดยรวม: ผู้ใช้ป้อนข้อมูลเข้า Inbox หรือ Daily → Hermes อ่านและจัดระเบียบ → ส่งงานต่อให้ Codex CLI ลงมือทำ → ผลลัพธ์ถูกส่งกลับมาที่ Obsidian