นวัตกรรม NASA

นวัตกรรม NASA นวัตกรรมเทคโนโลยี Innovation

RCI:Radiant catalytic Ionization technology
RCIหรือActive Pureคือการจำลองหลักการธรรมชาติ ที่พบได้ในพายุ ฝน แสงอาทิตยื และแสงสว่าง ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงคือ Advanced oxidation Technology ซึ่งสามารถเปลี่ยนความชื่นและออกซิเจน ผ่านสารเคลือบพิเศษและแสง UV เข้มข้น ให้เกิดซุปเปอร์ออกไซด์ไอออน และไฮโดรเพอร์ออกไซด์ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อกำจัดเชื้อโรค ทำให้อากาศมีความสะอาด ขจัดกลั่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ในรถยนต์ ที่พักอาศัย อาคารที่ทำงานต่างๆ

กับ ภาพถ่าย บริษัท เพอร์เฟค ไลฟ์ เน็ทเวิร์ค จำกัด – ฉันเพิ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแฟนตัวยงของเขา! 🎉
08/08/2026

กับ ภาพถ่าย บริษัท เพอร์เฟค ไลฟ์ เน็ทเวิร์ค จำกัด – ฉันเพิ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นแฟนตัวยงของเขา! 🎉

VVS ล้านกล่อง
08/08/2026

VVS ล้านกล่อง

VVS
08/08/2026

VVS

07/08/2026

ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม

สาธุ
07/08/2026

สาธุ

เรื่อง “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านได้เมตตาแนะนำให้หลวงพ่อชา สุภัทโท ไปฝึกอสุภกรรมฐานที่ป่าช้า”

(ปกิณกธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท)

หลวงปู่มั่นแนะนำให้หลวงพ่อชาไปฝึกกรรมฐานพิจารณาอสุภะที่ป่าช้าเพื่อขจัดกิเลสในจิตของตน หลวงพ่อเกิดความสนใจใคร่จะศึกษาดูว่า การอยู่ป่าช้าจะช่วยขัดเกลากิเลสได้อย่างไร ?

หลวงพ่อเล่าถึงประสบการณ์ที่ป่าช้าในครั้งนั้นว่า

“วันนั้นตอนบ่ายๆ ตั้งใจว่า คืนนี้จะไปภาวนาในป่าช้า พอจะไปจริงๆ ใจชักไม่อยากไปซะแล้ว ก็บังคับมัน คิดว่า ถ้าจะตายก็ยอมตาย เพราะมันลำบากนัก มันโง่นัก พูดในใจอย่างนี้ พอไปถึงป่าช้า ปะขาวแก้วจะมาพักใกล้ๆ ก็ไม่ยอม ให้ไปอยู่ไกลๆ โน่น ความจริงแล้วอยากให้มาอยู่ใกล้ๆ เป็นเพื่อนกัน แต่ไม่เอาเดี๋ยวตัวเองจะอาศัยเขา กลัวนักก็ให้มันตาย เสียในคืนนี้ พอค่ำลง เขาหามศพมาฝังพอดี ทำไมถึงเหมาะเจาะอย่างนี้ คิดอยากจะหนี เขานิมนต์ให้สวดมาติกา ก็ไม่เอา เดินหนีไป มันกลัวเดินก็แทบไม่รู้สึกว่าเท้าแตะดิน สักพักก็เดินกลับมา เขาเอาศพฝังไว้ใกล้ๆ แล้วยังเอาไม้ไผ่ที่หามศพมาทำเป็นร้านให้นั่ง จะทำอย่างไรดี หมู่บ้านกับป่าช้าก็ไม่ใช่ใกล้ๆ กัน ห่างกันตั้งสองสามกิโล พอตะวันตกดิน ใจหนึ่งก็บอกให้เข้าไปอยู่แต่ในกลดท่าเดียว จะเดินไปหาหลุมศพ ก็เหมือนมีอะไรมาดึงขาเอาไว้ ความรู้สึกกลัวกลับกล้ามันฉุดรั้งกันอยู่ พอมืดสนิทจริงๆ ก็มุดเข้ากลดทันที รู้สึกเหมือนมีกำแพงเจ็ดชั้น เห็นบาตรตั้งอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกดีใจ ได้อาศัยบาตรเป็นเพื่อน นั่งอยู่ในกลดทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย นั่งเงียบอยู่ จะง่วงก็ไม่ง่วง มันกลัว ทั้งกลัวทั้งกล้า นั่งอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งคืนเลย พอสว่างขึ้น ก็รู้สึกว่า เรารอดตายแล้ว ดีใจจริงๆ ภายในใจเราอยากให้มีแต่กลางวันเท่านั้น ไม่อยากให้มีเวลากลางคืนเลย อยากฆ่ากลางคืนทิ้ง มันจะได้มีแต่กลางวัน ตอนเช้าไปบิณฑบาตคนเดียว หมาวิ่งตามหลังมาจะกัด แต่ก็ไม่ไล่ จะกัดก็กัดไปเลย ให้มันกัดให้ตายซะ หมาก็งับผิดงับถูก โยมชาวภูไทไม่รู้จักไล่หมา เขาว่าผีมันมากับพระ หมาจึงได้เห่าได้กัด เขาจึงไม่ไล่มัน ช่างมัน เมื่อคืนนี้ก็กลัวจนเกือบตายทีหนึ่งแล้ว ตอนเช้านี้หมาจะกัดก็เลยปล่อยให้มันกัดซะ ถ้าหากว่าแต่ก่อนเราเคยกัดมัน ก็ปล่อยให้มันกัดคืนซะ แต่มันก็งับผิดงับถูกอยู่อย่างนั้น

บิณฑบาตกลับก็ฉัน พอฉันเสร็จ แดดออกมาบ้างรู้สึกอบอุ่นได้เดินจงกรม และพักผ่อน เอาแรงบ้าง คืนนี้จะได้ภาวนาให้เต็มที่ คงไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะได้ทดลองมาคืนหนึ่งแล้ว พอบ่ายๆ ชาวบ้านหามศพมาอีกแล้ว เป็นผู้ใหญ่เสียด้วย เขาเอามาเผาไว้ใกล้ๆ ด้านหน้ากลด แล้วก็กลับบ้านกันหมด ช่วงหัวค่ำศพที่ถูกเผามีกลิ่นเหม็นตลบอบอวล จะเดินจงกรมไปข้างหน้าก็ก้าวไม่ออก ที่สุดเลยเข้าไปในกลด นั่งหันหลังให้กองไฟ ไม่คิดอยากนอนเลย ตาตื่นแข็งอยู่อย่างนั้น ตกดึกประมาณสี่ทุ่ม มีเสียงอยู่ข้างหลังในกองไฟ ดังเหมือนตกลงมา หรือหมาจิ้งจอกมากินซากศพ แต่ฟังอีกที เหมือนเสียงควายดังครืดคราดๆ พอสักพักมีเสียงเหมือนคน เดินเข้ามาหาทางด้านหลัง เดินหนักเหมือนควาย แต่ไม่ใช่ แต่จะเข้ามาก็ไม่เข้า เดิน โครมๆ ออกไปทางปะขาวแก้ว นานประมาณครึ่งชั่วโมง เดินกลับมาอีกแล้ว เหมือนคนเดินจริงๆ ตรงดิ่งเข้ามาเหมือน จะเหยียบเราอย่างนั้นแหละ หลับตาสนิทไม่ยอมลืมตา ให้มันตายทั้งหลับตานี่แหละ มันมาถึงใกล้ ๆ หยุดกึก! ยืนนิ่งอยู่เงียบๆ ข้างหน้ากลด รู้สึกเหมือนกับว่า มันเอามือที่ถูก ไฟไหม้คว้าไปมาอยู่ข้างหน้า

ตายคราวนี้ละ ! พุทโธ ธัมโม สังโฆ ลืมหมด มีแต่ความกลัวอย่างเดียว เต็มแน่นเอี๊ยดอยู่ในใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีความกลัวเหมือนครั้งนี้เลย มันกลัวมาก เปรียบเหมือนกับน้ำ ที่เราเทใส่ในโอ่ง เทใส่มากจนเต็มมันก็ล้นออกมา ความกลัวเหมือนกัน มันกลัวมากจนหายกลัว แล้วก็ล้นออกมา ใจหนึ่งเลยถามว่า ที่กลัวมากกลัวมายนัก มันกลัวอะไร ? กลัวตาย อีกใจหนึ่งตอบ แล้วความตายมันอยู่ที่ไหน ทำไมกลัวเกินบ้านเมืองเขานัก หาที่ตายดูซิ มันอยู่ไหน ความตายอยู่กับตัวเอง อยู่กับตัวเอง แล้วจะหนีไปไหนจึงจะพ้นมันล่ะ วิ่งหนีก็ตาย นั่งอยู่ก็ตาย เพราะมันอยู่กับเราไปไหนมันก็ไปด้วย เพราะความตายมัน อยู่กับเรา กลัวหรือไม่กลัว ก็ตายเหมือนกัน หนีมันไม่ได้หรอก

พอคิดได้อย่างนี้ เท่านั้น สัญญาพลิกกลับ ความคิดก็เปลี่ยนขึ้นมาทันที ความกลัว ทั้งหลายเลยหายไป ปานพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ อัศจรรย์เหลือเกิน ความกลัวมากๆ มันหายไปได้ ความไม่กลัวมันกลับมาแทนในที่เดียวกันนี้ โอ้ ใจมันสูงขึ้น สูงขึ้นเหมือน อยู่บนฟ้านะ เปรียบไม่ถูก พอเอาชนะความกลัวได้แล้ว ฝนเริ่มตกทันทีเลย ลมพัดแรงมาก แต่ก็ไม่กลัวตายแล้ว ไม่กลัวต้นไม้กิ่งไม้มันจะหักลงมาทับ ไม่สนใจมันเลย ฝนตกลงมาหนักเหมือนฝนเดือนสี่ พอฝนหยุด เปียกหมดทั้งตัว นั่งนิ่งไม่กระดิกเลยร้องไห้ นั่งร้องไห้น้ำตาไหลอาบ แก้มลงมาเพราะเกิดนึกไปว่า ตัวเรานี่ทำไมเหมือนคนไม่มีพ่อมีแม่แท้ มานั่งตากฝนยังกับคนไม่มีอะไร ยังกับคนสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง คนที่เขามีบ้านอยู่ดีๆ เขาคงจะไม่คิดหรอกว่า จะมีพระมานั่งตากฝนอยู่ทั้งคืนอย่างนี้ เขาคงจะนอนห่มผ้าสบาย คิดไปวิตกไป เลยสังเวช ชีวิตของตน ร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ เอ้า น้ำไม่ดีนี่ให้มันไหลออกมาให้หมด อย่าให้มันมีอยู่

เมื่อคิดได้อย่างนี้ เมื่อชนะความรู้สึกแล้ว ก็นั่งดูจิตดูใจอยู่อย่างนั้น ความรู้เห็นสารพัด เรื่องเกิดขึ้นมาพรรณนาไม่ได้ คิดถึงพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่า ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ วิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน ความทุกข์ที่นั่งตากฝน ความกลัวที่มันหายไป ความรู้สึกต่อมาเป็นอย่างไร ก็รู้แต่เฉพาะเราเอง ใครอื่นจะมารู้ด้วย นั่งพิจารณาอยู่ อย่างนี้จนสว่าง จิตมีกำลังศรัทธาขึ้น สว่างขึ้นมา ลืมตาครั้งแรกมองไปทางไหนเหลืองไปหมด ลุกไปปัสสาวะ เพราะมันปวด ตั้งแต่เมื่อคืน ปวดจนหายปวดไปเฉยๆ ปัสสาวะออกมามีแต่เลือด รู้สึกตกใจเล็กน้อย คิดว่าไส้หรืออะไรข้างในคงขาดหมดแล้ว ขาดก็ขาด ตายก็ตายไปซิ ตายเพราะการปฏิบัติอย่างนี้ก็พอใจตาย แต่ตายเพราะไปทำความชั่วซิไม่ค่อยดี ตายเพราะปฏิบัติ แบบนี้ตายก็ตาย ในใจมันแย้งกันอยู่อย่างนี้ ใจหนึ่งมันเบียดเข้ามาว่าเป็นอันตราย อีกใจหนึ่งมันสู้ มันค้าน และตัดขึ้นมาทันที คืนนั้นฝนตกทั้งคืน วันรุ่งขึ้นจับไข้สั่นไปทั้งตัว แต่ก็อดทนออกไป บิณฑบาตในหมู่บ้าน บิณฑบาตก็ได้แต่ข้าวเปล่าๆ

หลังคืนสยองผ่านไป โดยมิรู้ว่าอาคันตุกะลึกลับผู้นั้นคือใคร เหตุใดจึงมาเยี่ยมเยือนด้วยอาการดุร้ายน่ากลัวเช่นนั้น หลวงพ่อไม่กล่าวถึงมัน ท่านกลับเน้นให้ศิษย์มองเห็นคุณค่าของ การต่อสู้ให้ถึงที่สุด สู้ชนิดเอาชีวิตเข้าแลก แล้วปัญญาความรู้แจ้งเห็นจริงจะเกิดขึ้นตรงนั้น ดังคำที่หลวงพ่อมักใช้ปลุกใจลูกศิษย์ว่า ไม่ดีก็ให้มันตาย ไม่ตายก็ให้มันดี

เมื่อหลวงพ่อพักบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่ป่าช้าได้เจ็ดวัน ก็มีอาการป่วยหนัก จึงออกมาพัก รักษาตัวที่สำนักท่านอาจารย์คำดี พักอยู่ประมาณ ๑๐ วัน อาการก็ทุเลาลง แม้ร่างกายอ่อนล้า เพราะพิษไข้ แต่จิตใจกลับกล้าแกร่งองอาจยิ่งนัก เพราะได้ฝ่าฟันอุปสรรคคือ ความกลัวตายใน คืนนั้นได้ด้วยความอดทนและภูมิปัญญา หลังจากอาการไข้สร่างซาลง มีพละกำลังกลับคืนมา ก็กราบลาท่านอาจารย์คำดี เดินทางมาพักอยู่ในป่าใกล้บ้านต้อง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พักอยู่ที่นั่นหลายวัน อาการไข้หาย เป็นปกติ แต่อาการไข้ใจจากไฟราคะที่ถูกควบคุมความร้อนแรงไว้ด้วยการหลีกเร้นและภาวนา กลับถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง โดยม่ายสาวผู้รวยรูปลักษณ์และทรัพย์สิน นางมาถวายอาหารและพูดคุยด้วยทุกวัน จนจิตใจหลวงพ่อหวั่นไหวไปตามแรงจริตที่นางแสดงออก ซึ่งส่อถึงความรู้สึกอันพิเศษเกินขอบเขตที่อุบาสิกาจะพึงมีต่อพระ

หลวงพ่อชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดีอยู่หลายวัน กระทั่งคืนหนึ่งขณะนั่งภาวนาพิจารณาไป สังเกตเห็นใจตัวเองเอนเอียงไปทางนางมากขึ้นทุกที จึงตัดสินใจลุกขึ้นเก็บบริขารในกลางดึกของคืนนั้น แล้วเดินไปปลุกปะขาวแก้ว ซึ่งกำลังหลับสบายอยู่ในกลด ปะขาวแก้วสะดุ้งตื่น ลุกขยี้ตา ถามอย่างงัวเงียว่า

“ไปพรุ่งนี้ไม่ได้หรือครับ”
“ไม่ ! จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

หลวงพ่อตอบอย่างเด็ดขาด เพราะตรึกตรองดีแล้วว่า ถ้าไม่หนีคืนนี้คงจะเสียทีแก่นางแน่ หลายปีต่อมา หลังจากหลวงพ่อมาอยู่วัดหนองป่าพงแล้ว ครั้งหนึ่งท่านได้เยี่ยมลูกศิษย์ที่ สำนักสาขาแถวบ้านต้อง ระหว่างพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับญาติโยม ท่านปรารภถึงความหลัง และพูดถึงการปฏิบัติของตัวเองในสมัยก่อนอย่างขำๆ ว่า

“การปฏิบัติของอาตมามันยากหลายแนว แต่แนวที่มันยากนำอีหลีก็เรื่องแม่ออกนี่ล่ะ” (แปลว่า การปฏิบัติของอาตมามันยุ่งยากหลายอย่าง แต่ที่ยากกับมันจริง ๆ ก็เรื่องผู้หญิง นี่แหละ)

คืนหนึ่งในพรรษานั้น หลังทำความเพียรเป็นเวลาพอสมควร หลวงพ่อได้ขึ้นไปพักผ่อนบน กุฏิ กำหนดสติเอนกายลงนอน พอเคลิ้มไปเกิดนิมิตเห็นหลวงปู่มั่น เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วส่งลูกแก้วให้ลูกหนึ่ง พร้อมกับกล่าวว่า

“ชา เราขอมอบลูกแก้วนี้แก่ท่าน
มันมีรัศมี สว่างไสวมากนะ”

ในนิมิตนั้น ปรากฏว่าตนได้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับยื่นมือไปรับลูกแก้วจาก หลวงปู่มั่นมากำไว้ พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นแปลกใจมาก ที่พบตัวเองนั่งกำมืออยู่ดังในความฝัน จิตใจเกิดความสงบระงับผ่องใส พิจารณาสิ่งใดไม่ติดขัด มีความปลื้มปีติตลอดพรรษา หลวงพ่อกล่าวว่า หลวงปู่มั่นท่านเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูง มีภูมิจิตภูมิธรรมท่านสูง สามารถสั่งสอนศิษย์ทุกรูปทุกองค์ให้เข้านิพพานได้ ด้วยบารมีสติปัญญาท่านเฉียบแหลมคมยิ่งนักยากที่จะหาท่านผู้ใดเสมอเหมือนในปัจจุบัน
🔹ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อย่าพากันทำบาป
🔹ให้หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว
🔹รักษาศีลให้บริสุทธิ์ คิดดี ทำดี พูดดี
🔹ให้ทานเพื่อละความตระหนี่ถี่เหนียว
🔹หมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอยู่เสมอ..................................................................
เราเกิดเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนานับว่าโชคดี ต้องหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อยู่เป็นประจำ สิ่งไหนเป็นบาปกรรมชั่วอย่าพากันทำ ให้สร้างแต่บุญกุศลคุณงามความดีในทุกๆวัน มีสติอยู่ในศีลธรรมอยู่เสมอ ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ทำร้ายเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ให้มีเมตตา กรุณา ต่อกัน เพราะเราทุกคนคือเพื่อนร่วมวัฏสงสาร หมั่นคิดดี ทำดี พูดดี ตอนยังแข็งแรงให้หมั่นเจริญภาวนาเพื่อความหลุดพ้น อาศัยความเพียรปฏิบัติธรรมเจริญภาวนา เพื่อมรรคผลนิพพาน ถ้ามีศีลธรรมภายในใจชีวิตจะร่มเย็นเป็นสุข

บทความจากเพจ ธรรมะเตือนใจ
(กดไลค์กดแชร์เพื่อช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนา)
💠ขออนุญาตเผยแผ่เป็นธรรมทานเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติธรรม🙏🙏🙏

ที่อยู่

รามอินทรา แขวง-เขตมีนบุรี
Bangkok
10510

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นวัตกรรม NASAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง นวัตกรรม NASA:

ทางลัด

แชร์