28/12/2025
• Laudato Si’
(เป็นชื่อสมณสาสน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส)
ช่วยกันดูแลโลกใบนี้ ที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน
เส้นทางความรับผิดชอบ จาก "คาร์บอนฟุตพริ้นท์" สู่การรับรอง "Net Zero"
การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขององค์กรในยุคนี้ คือการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกกำหนดด้วยเป้าหมายระดับโลกอย่าง Net Zero GHG Emissions หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่การจะไปถึงจุดหมายนั้นได้ ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตนเองเพื่อไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ยั่งยืน
“คาร์บอนฟุตพริ้นท์” จุดเริ่มต้นของการรู้จักตนเอง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการรับรองโดย อบก. เป็นไปตามมาตรฐานสากล แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ CFO (Carbon Footprint for Organization) การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร (Scope 1, 2, และ 3) เพื่อให้รู้ว่า "ปล่อยเท่าไหร่" และมาจาก "แหล่งใดบ้าง" ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และ CFP (Carbon Footprint of Product) การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต/การประกอบชิ้นงาน การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน รวมถึงการขนส่งที่เกี่ยวข้อง
เมื่อองค์กรรู้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองแล้ว ขั้นตอนถัดไปตามแนวทางของ อบก. คือการก้าวสู่ "ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)" ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นและเป็นบททดสอบสำคัญก่อนไปสู่ Net Zero สถานะนี้หมายถึงการที่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดได้ถูกชดเชยนับได้เท่ากับศูนย์ โดยใช้กลไกที่เรียกว่า Carbon Offsetting องค์กรจะสนับสนุนโครงการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกภายนอก เช่น โครงการ T-VER เพื่อนำ คาร์บอนเครดิต ที่ผ่านการรับรองมาใช้ในการชดเชยกับปริมาณการปล่อยที่คำนวณ CFP หรือ CFO เมื่อดำเนินการครบถ้วน องค์กรจะได้รับเครื่องหมาย Carbon Neutral เพื่อแสดงว่าได้ทำการชดเชยการปล่อยแล้ว การชดเชยจึงเป็นก้าวแรกของการสร้างสมดุล แต่ก็ยังคงแตกต่างจาก Net Zero ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวและเป็นเป้าหมายสูงสุดที่เน้นการลดการปล่อยก๊าซด้วยตนเองเป็นหลักให้ถึงที่สุด ก่อนจึงจะใช้การชดเชยในส่วนที่หลีกเลี่ยงการปล่อยไม่ได้เท่านั้น
จุดสิ้นสุดของการเดินทางสู่ความรับผิดชอบ คือการพิสูจน์ความสำเร็จด้วยการรับรอง Net Zero ซึ่งเป็นการยืนยันว่าองค์กรได้ดำเนินตามแผนและสร้างความสมดุลของก๊าซเรือนกระจกได้จริง โดย อบก. ได้แบ่งระดับการรับรอง 4 ประเภท ได้แก่ องค์กร ผลิตภัณฑ์ (ครอบคลุมสินค้าและบริการ) อีเว้นท์ (ครอบคลุมการประชุม/สัมมนา การท่องเที่ยว การแข่งกีฬา ดนตรี/คอนเสิร์ต การจัดแสดงสินค้า การจัดประชุมนานาชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และเทศกาล) และระดับบุคคล โดยระดับองค์กร แบ่งการรับรองออกเป็น 2 ระดับ คือ Net Zero Pathway หรือ การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นการรับรอง สถานะความมุ่งมั่น โดยองค์กรต้องให้คำมั่นสัญญาและยื่นแผนงานการลดก๊าซเรือนกระจกที่อ้างอิงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ (SBT) เพื่อแสดงว่ากำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง และ Net Zero หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเป็น สถานะการบรรลุผล ที่องค์กรสามารถดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเองให้ได้มากที่สุด และทำการชดเชยส่วนที่เหลือจนทำให้ ปริมาณสุทธิมีค่าเท่ากับศูนย์ การบรรลุและรับรองสถานะ Net Zero มอบประโยชน์เชิงการแข่งขันภายนอกที่เหนือกว่าความเป็นกลางทางคาร์บอนทั่วไป นอกจากนี้ยังสร้างความแตกต่าง และ ความน่าเชื่อถือ (Credibility) ให้กับแบรนด์ ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Green Consumer) รวมถึงนักลงทุนที่คำนึงถึง ESG (Environmental, Social, and Governance) ช่วยให้องค์กรพร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานการนำเข้าที่เข้มงวดของคู่ค้าต่างประเทศ เช่น EU ทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนและหลีกเลี่ยงต้นทุนภาษีคาร์บอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ข้อมูลสถิติการรับรองที่ผ่านมาของ อบก. แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและแนวโน้มที่ชัดเจนว่าภาคเอกชนไทยกำลังให้ความสำคัญกับการจัดการก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อย ๆ ณ ปัจจุบัน จำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFP) มีการรับรองสะสม กว่า 12,00 รายการ แสดงถึงการตื่นตัวอย่างมากในภาคอุตสาหกรรม จำนวนองค์กรที่ได้รับการรับรอง CFO กว่า 1,200 องค์กร เป็นการยืนยันว่าการวัดผลก๊าซเรือนกระจกได้กลายเป็นมาตรฐานการดำเนินงานของธุรกิจในไทย การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้ แต่ได้ขยายไปสู่การสร้างฐานความมุ่งมั่นอย่างเป็นระบบเพื่อมุ่งสู่ Net Zero โดยปีที่ผ่านมา อบก. มีการรับรอง Net Zero ในระดับผลิตภัณฑ์ จำนวน 13 ผลิตภัณฑ์ ระดับอีเวนต์ จำนวน 6 งาน และระดับบุคคล จำนวน 4 คน และมีองค์กรที่แสดงเจตนารมณ์ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 จำนวน 69 องค์กร ตัวเลขนี้สะท้อนถึงขนาดของความตื่นตัวขององค์กรในการกำหนดเป้าหมายระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีองค์กรที่ได้รับรอง Carbon Neutrality กว่า 200 องค์กร ได้แสดงความรับผิดชอบผ่านการลงทุนจริง โดยมีการชดเชยคาร์บอนเครดิตสะสมรวมกันแล้ว กว่า 1.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (สำหรับขอบเขตองค์กรเท่านั้น) ซึ่งเป็นหลักฐานการลงทุนในกลไกที่จำเป็นสำหรับการก้าวต่อไปสู่สถานะ Net Zero
อ้างอิง : เว็บไซต์ฉลากคาร์บอน https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/
------------------------------------------
#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนฟุตพริ้นท์