Green Thumb Agriculture

Green Thumb Agriculture ความรู้ข่าวสารการเกษตร เพิ่มผลผลิต ป้องกันและรักษาโรคพืช จำหน่ายปุ๋ย ยา

🤔 โรคใบไหม้ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Blight) ในมันสำปะหลัง⭕ อาการ• ใบมีจุดแผลรูปเหลี่ยมสีน้ำตาล ฉ่ำน้ำ รอบๆจุด...
28/03/2024

🤔 โรคใบไหม้ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Blight) ในมันสำปะหลัง

⭕ อาการ
• ใบมีจุดแผลรูปเหลี่ยมสีน้ำตาล ฉ่ำน้ำ รอบๆจุดมีสีเหลืองอ่อน คล้ายกับว่าจุดเรืองแสง เมื่อจุดขยายใหญ่ขึ้นและเชื่อมกัน ใบจะเหี่ยวคล้ายน้ำร้อนลวก ใบไหม้ ร่วง ตายจากยอดและลามลงสู่ต้น
• ที่ลำต้นอาจะพบอาการเปลือกแตกยางไหล ภายในลำต้นมีสีดำ ระบบท่อนํ้าอาหารของลำต้นและรากเน่า
❓สาเหตุ
• เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis
• ติดไปกับท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค แพร่กระจายไปโดยฝนหรือกับดิน หรือกับเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร เช่น มีดที่ใช้ในการตัดท่อนพันธุ์
• เชื้อโรคสามารถอยู่รอดในดินหรือเศษซากพืชได้นานกว่า 2 ปี
✅ วิธีป้องกันรักษา
• ก่อนและหลังปลูกให้กำจัดวัชพืช รวมถึงไถกลบต้นที่เหลือจากรอบปลูกก่อนให้ลึก
• เลือกปลูกพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรค เช่น ระยอง 90, ระยอง 9
• คัดเลือกท่อนพันธุ์ที่สะอาด ปราศจากเชื้อ
• ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้กับแปลงที่ติดเชื้อ
• ปลูกมันสำปะหลังปลายฤดูฝนมีโอการเกิดโรคน้อยกว่าการปลูกต้นฝน
• เพิ่มปริมาณโพแทสเซียมในดิน เพื่อลดความรุนแรงของโรค
• ปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ข้าวโพด หรือพืชตระกูลถั่ว
• มีการศึกษาพบว่า การใช้ชีววิธี โดยการฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรียเรืองแสง พวก Pseudomonas fluorescens บนใบมันสำปะหลัง สามารถลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้ อย่างไรก็ตามวิธีนี้ยังคงไม่สะดวกในการใช้จริงในแปลง

✅ 15 ข้อ การปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตดี ลดการเกิดโรค มีอะไรบ้าง GreenThumb สรุปให้ฟัง╔═══════════╗สามารถสั่งซื้อสินค้า...
25/03/2024

✅ 15 ข้อ การปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตดี ลดการเกิดโรค มีอะไรบ้าง GreenThumb สรุปให้ฟัง
╔═══════════╗
สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ช้อปปี้ หรือแชทหาเพจโดยตรง
🛒 ดีพาวเวอร์ แช่ท่อนพันธุ์ฆ่าเชื้อ https://shopee.co.th/product/482431/22369103321/
🛒 โตโต้ แช่เร่งราก https://shopee.co.th/product/482431/23343821761/
🛒 โปรวี ป้องกันโรคใบด่าง https://shopee.co.th/product/482431/23741416954/
🛒 แม็กน่า ขยายขนาดหัว https://shopee.co.th/product/482431/18480935787/
╚═══════════╝
🤔 ก่อนลงปลูก
1. เลือกพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่ สามารถศึกษาได้ที่
https://at.doa.go.th/mealybug/varsite.htm...
2. ท่อนพันธุ์ที่ใช้ ควรมีตาให้งอก 4 - 5 ตาขึ้นไป ที่สำคัญควรตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คมเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์ช้ำ และควรตัดท่อนพันธุ์ความยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร หลังตัดท่อนพันธุ์แล้วไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1 เดือน เพราะหากเก็บไว้นานจะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลง
3. หากตั้งท่อนพันธุ์ทิ้งไว้ ให้ฉีดยาไล่เพลี้ย และแมลงหวี่ขาว อย่างสม่ำเสมอ ด้วยยากลุ่ม imidacloprid หรือ spinosad เพื่อป้องกันการติดเชื้อใบด่างของท่อนพันธุ์ หลายๆท่านอาจมองข้ามระยะนี้ไป เพราะคิดว่ายังไม่ได้ลงปลูก ไม่มีทางที่ท่อนพันธุ์จะติดเชื้อ
4. แช่ท่อนพันธุ์ฆ่าเชื้อก่อนลงปลูก โดยแช่ด้วยดีพาวเวอร์ + ยาเร่งรากโตโต้ 10 นาที การแช่ท่อนพันธุ์ฆ่าเชื้อจะลดอัตราการเกิดโรคใบด่างได้กว่า 60% ส่วนการแช่ด้วยยาเร่งรากจะทำให้แตกรากได้ไว ต้นโตแข็งแรงเร็ว ลดความเสี่ยงต่อการติดโรคจากการดูดเจาะของแมลงหวี่ขาวในระยะต้นอ่อน
5. “การยกร่อง” ไม่ควรยกร่องปลูกแคบและแหลมในลักษณะ “สามเหลี่ยม” เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ช่วงมันอายุ 4-5 เดือน หัวมันสำปะหลังจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น และจะลอยโผล่พ้นดินออกด้านข้างร่องได้ ควรเกลี่ยให้ดินเรียบในลักษณะ “สี่เหลี่ยมคางหมู” เพื่อให้รากฝอยและรากสะสมอาหารสามารถขยายได้อย่างเต็มที่
6. ควรระวังอย่าปักส่วนยอดของท่อนพันธุ์ลงดินเพราะตาจะไม่งอก
🌱 ระยะ 0-3 เดือน การเจริญเติบโตของรากและลำต้น
7. ใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูกหรือหลังงอกประมาณ 7 วัน สูตร 15-15-15 ปริมาณ 50 กก. / ไร่ เพื่อเป็นการบำรุงดิน และเพิ่มธาตุอาหารในดินให้พร้อมในการลงท่อนพันธุ์
8. เวลาใส่ปุ๋ย ควรกลบฝังปุ๋ยในดินระหว่างต้นของมันสำปะหลังในร่องเดียวกัน เพราะรากฝอยของมันสำปะหลังจะกระจายอยู่โดยรอบ ทำให้สามารถดูดซึมธาตุอาหารที่ถูกฝังอยู่ในดินได้ หากหว่านปุ๋ยไปรอบๆ หรือใส่ในโคนต้นเลย ก็อาจจะเสี่ยงต่อการระเหิดไป และตำแหน่งของรากฝอยไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุได้มีประสิทธิภาพ
9. หมั่นกำจัดวัชพืช เพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชเข้ามาแย่งกินปุ๋ยในแปลงเพาะปลูก
10. ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ใช้มือขุดดินให้ลึกประมาณ 10-15 ซม. แล้วกำดินขึ้นมา หากดินจับกันเป็นก้อนก็แสดงว่ายังมีความชื้นเพียงพอแล้ว น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต บางท่านอาจเลือกลงทุนทำระบบน้ำหยด เพราะเมื่อต้นมันสำปะหลัง ได้รับน้ำตามระบบจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 30 - 50% อย่างไรก็ตามอย่าให้จนดินแฉะ เพราะอาจจะทำให้เกิดโรครากเน่าได้
11. ฉีดโปรวี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคไวรัสใบด่าง ตั้งแต่ต้นอ่อนทุกๆ 15 วัน จำไว้ว่าป้องกันโรคดีกว่ารอให้เกิดแล้วค่อยรักษา
12. ฉีดยาไล่เพลี้ย และแมลงหวี่ขาว เพราะแมลงพวกนี้เป็นพาหะของโรคใบด่าง
🌿 ระยะตั้งแต่ 4 เดือน ลงหัว สะสมอาหาร
13. ใส่ปุ๋ย สูตร 15-7-18 ปริมาณ 50กก. / ไร่ ช่วยขยายหัว เพิ่มน้ำหนัก เร่งการสะสมแป้ง ช่วยให้มันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์แป้งที่สูง
14. ฉีดพ่นสารลงหัวแม็กน่า ยิ่งเพิ่มน้ำหนัก ขยายขนาดหัว เพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง ขายได้ราคาดีขึ้น
15. เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังก็ต่อเมื่อ มันมีอายุ 9-12 เดือนเพราะเป็นช่วงที่มันสำปะหลังจะมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูงสุด

29/01/2024

บราซิล เจ้าพ่อแก้ปัญหาเกษตร ผลผลิตต่ำ และสินค้าล้นตลาด /โดย ลงทุนแมน
ประเทศไทย มักเจอปัญหาด้านการเกษตรเรื้อรัง ทั้งผลผลิตต่อไร่ต่ำ และสินค้าเกษตรล้นตลาด ที่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรไทยอยู่เป็นประจำ

ซึ่งเรื่องแบบนี้ ก็เกิดขึ้นกับ “บราซิล” ผู้ผลิตสินค้าเกษตรเบอร์ต้น ๆ ของโลก เช่นกัน
แต่กลับมีวิธีแก้ปัญหานี้ ได้อย่างน่าสนใจ

นับเป็นอีกกรณีศึกษา ที่ประเทศไทยของเรา น่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้

แล้วบราซิล ทำอย่างไร ในการจัดการปัญหาผลผลิตทางการเกษตร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
รู้ไหมว่าในปี 2022 บราซิลเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยมูลค่าการส่งออก สูงถึง 4,700,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรองเพียงสหรัฐฯ เท่านั้น

ต้องบอกว่า ในมุมการเกษตร บราซิลค่อนข้างคล้ายกับประเทศไทย เพราะมีสภาพอากาศและน้ำที่เหมาะสม ทำให้สามารถทำการเกษตรต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

แต่ก็เจอปัญหาเหมือนกับไทยด้วยเช่นกัน ไล่ตั้งแต่ผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ต่ำ การผลิตแบบเดิม ๆ ของเกษตรกร รวมทั้งพืชที่ไม่ทนทานต่อโรค และให้ผลผลิตที่น้อย

ทำให้ช่วงแรก แม้จะมีพื้นดินอุดมสมบูรณ์แค่ไหน แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มากถึง 200 ล้านคน ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอ จึงต้องนำเข้ามากกว่าส่งออก

จนกระทั่งในช่วงปี 1970 รัฐบาลบราซิล ซึ่งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงตั้งเป้าหมายใหม่ ด้วยการเปลี่ยนประเทศจากเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่เกษตรแบบทันสมัยมากขึ้น

ซึ่งปัญหาหลักเรื่อง “ผลผลิตต่อไร่ต่ำ” เป็นสิ่งแรกที่ต้องได้รับการแก้ไข

โดยรัฐบาลบราซิล ได้ก่อตั้งศูนย์วิจัย EMBRAPA ขึ้นมา เพื่อวิจัยพันธุ์พืชใหม่ ๆ ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง และทนทานต่อโรคมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังก่อตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคการผลิตกับเกษตรกร เพื่อนำงานวิจัยและความรู้ทางวิชาการ ลงไปให้กับเกษตรกร ผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติจริง

ซึ่งในปี 1954 ทั้งประเทศมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ทางการเกษตรเพียง 100 คนเท่านั้น แต่ในปี 1981 กลับมีเจ้าหน้าที่มากถึง 13,000 คน

การเพิ่มขึ้นของเจ้าหน้าที่แบบก้าวกระโดดขนาดนี้
ก็เพราะว่า รัฐบาลบราซิล มีการเร่งอบรมและจ้างเจ้าหน้าที่ใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ผลผลิตต่อไร่ และเทคนิคการผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรบราซิลส่วนใหญ่ ก็ยังขาดแหล่งเงินทุนในการต่อยอดผลผลิตของตัวเอง

รัฐบาลบราซิล จึงก่อตั้งหน่วยงานให้สินเชื่อขึ้นมา เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งทุน สำหรับลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตร เมล็ดพันธุ์พืชใหม่ ๆ รวมทั้งจ้างแรงงานเพิ่มเติม

ทำให้ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี นับตั้งแต่ปี 1970
มีเกษตรกรบราซิลทั่วประเทศ ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 8,400 ไร่ กลายเป็น 41,000 ไร่ เลยทีเดียว

ถึงตรงนี้ ดูเหมือนว่าบราซิลจะประสบความสำเร็จ
ในการเปลี่ยนจากเกษตรกรรมดั้งเดิม ให้เป็นเกษตรกรรมทันสมัยในระดับหนึ่งแล้ว

แต่ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่บราซิลสามารถแก้ปัญหาได้ดี นั่นคือ “สินค้าเกษตรล้นตลาด”

ย้อนไปในช่วงปี 1930 กาแฟ ถือเป็นผลผลิตที่บราซิลส่งออกมากที่สุดในโลก แม้ไม่ได้เป็นพืชพื้นเมืองดั้งเดิมของบราซิลก็ตาม

แต่ในช่วงเดียวกันนั้น ดันเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่เรารู้จักกันว่า Great Depression ทำให้เศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศย่ำแย่ คนตกงาน และทำให้บราซิลส่งออกกาแฟได้น้อยลง

เมื่อยอดส่งออกกาแฟลดลง ทำให้ผลผลิตในประเทศเริ่มล้นตลาด ดังนั้นรัฐบาลบราซิลจึงต้องรับมือ และหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

จนในที่สุด รัฐบาลบราซิล ก็ได้ตามจีบบริษัท Nestlé ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลก เพื่อเจรจาให้รับซื้อกาแฟที่ล้นตลาดในบราซิล

ซึ่ง Nestlé เอง ก็ตอบรับข้อเสนอของบราซิล และคิดค้นผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป ภายใต้ชื่อ Nescafé ขึ้นมา เพื่อช่วยรับซื้อกาแฟส่วนเกิน ในตลาดของบราซิลโดยเฉพาะ

และอย่างที่รู้จัก Nescafé ก็ได้กลายมาเป็นสินค้าทำเงินให้บริษัทอย่างมหาศาลในเวลาต่อมา

ในขณะที่บราซิลเอง ก็ได้ประโยชน์ในการหาตลาดรองรับกาแฟของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการผลิตแบรนด์สินค้าด้วยตัวเอง

หรือจะเป็นอีกช่วงหนึ่ง ในวิกฤติการณ์น้ำมัน เมื่อปี 1973

ตอนที่ราคาน้ำมันพุ่งสูง จนกระทบต่ออุตสาหกรรมและคนในประเทศจำนวนมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลบราซิลดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา กลับไม่ใช่การทำให้ค่าเงินของตัวเองแข็งค่าขึ้น เพื่อนำเข้าน้ำมันได้ในราคาถูกลง

เพราะหากทำให้เงินของตัวเองแข็งค่า จะส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของบราซิลอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ

สิ่งที่รัฐบาลบราซิลทำ จึงเป็นการประกาศนโยบาย National Alcohol Program เพื่อสนับสนุนการใช้
เอทานอล ที่สกัดออกมาจากอ้อย ทดแทนการใช้น้ำมันบางส่วน

ซึ่งต้องบอกว่า อ้อย นอกจากจะทำเป็นน้ำตาลได้แล้ว ยังสกัดออกมาเป็น “เอทานอล” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกทางหนึ่งด้วย

โดยนโยบายที่ว่านี้ รัฐบาลบราซิลบังคับให้น้ำมันในประเทศ ต้องใช้ส่วนผสมของเอทานอล 30% เพื่อทำให้ราคาน้ำมันในประเทศของตัวเองถูกลง

บวกกับการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศตัวเอง เพื่อปรับเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมันที่ผสมเอทานอลด้วย

จนปัจจุบัน รถยนต์ในบราซิลกลายเป็นแบบ Flex Fuel หรือรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำมันเบนซิน ที่มีส่วนผสมของเอทานอล คิดเป็นสัดส่วนราว 75% ของรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ

ซึ่งนอกจากการใช้เอทานอลจากอ้อยแล้ว บราซิลยังสนับสนุนให้มีการใช้ถั่วเหลือง หรือธัญพืชอื่น ๆ ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อใช้ในประเทศเพิ่มเติมอีกด้วย

พอเป็นแบบนี้ จึงทำให้เกษตรกรบราซิล ไม่ต้องเจอปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด เพราะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย ให้รองรับผลผลิตที่ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

สรุปแล้ว จะเห็นได้ว่า การแก้ปัญหาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ต่ำ หรือสินค้าเกษตรล้นตลาดของบราซิลเองก็ตาม ไม่ได้เป็นเพียงแผนแค่ระยะสั้น ๆ ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

แต่มันมาจากวิสัยทัศน์และการวางแผนระยะยาว ให้มีอุตสาหกรรมในประเทศ ที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรต่อยอดได้ ทำให้สินค้าเกษตรมีตลาดรองรับ และสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

และการขายได้ในราคาสูง ก็ต้องมีคุณภาพผลผลิตสูงเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็มาจากการส่งเสริมเทคนิคการปลูก การวิจัยที่เข้มข้น และแหล่งเงินทุนด้านการเกษตร ที่เข้าถึงได้ง่ายของบราซิล

จึงไม่แปลกเลย ที่ทุกวันนี้ บราซิลจะกลายมาเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรเบอร์ต้น ๆ ของโลกได้

ซึ่งนับเป็นอีกกรณีศึกษา ที่หลาย ๆ ประเทศรวมถึงไทย น่าจะสามารถนำมาต่อยอด หรือประยุกต์ใช้ได้ เพื่อที่เกษตรกรในประเทศหลายล้านคน จะไม่ต้องเจอปัญหาเรื้อรังแบบเดิมเหล่านี้..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-Public Policies and Agricultural Investment in Brazil by Food and Agriculture Organization of the United Nations Policy Assistance Support Service 2012
-Biofuel Policy in Brazil, India and the United States by International Energy Agency
-https://www.reuters.com/markets/commodities/brazil-policy-council-approves-raising-biodiesel-mix-2023-12-19
-https://en.wikipedia.org/wiki/Nescaf
-https://en.wikipedia.org/wiki/Coffee_production_in_Brazil
-https://www.selinawamucii.com/insights/prices/brazil/sugarcane/
-https://www.statista.com/statistics/1332329/leading-countries-worldwide-by-value-of-agricultural-products-exported/
-https://interfax.com/newsroom/top-stories/91899/

ปี 2024 จับตามอง Solein เทคโนโลยีเปลี่ยนอากาศเป็นโปรตีน ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องผ่านการสังเคราะห์แสงของพืช เริ่มมีการจ...
15/01/2024

ปี 2024 จับตามอง Solein เทคโนโลยีเปลี่ยนอากาศเป็นโปรตีน ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องผ่านการสังเคราะห์แสงของพืช เริ่มมีการจำหน่ายแล้วในสิงคโปร์ มีการนำไปผสมกับไอศกรีมช็อคโกแลต โดยคุณค่าทางโภชนาการคล้ายๆกับเนื้อตากแห้ง

เมื่อโลกกำลังเจอกับความท้าทายจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กว่าร้อยละ 60 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตอาหารนั้นมาจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ตั้งแต่อาหารสัตว์ ไปจนถึงการบุกรุกพื้นที่ป่า ดังนั้นอาหารทางเลือกอย่าง Future Food ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์อาจเป็นอีกหนึ่งทางรอดและทุก ๆ วันนี้ ยังล้ำไปอีกขั้น เมื่อมีนวัตกรรมสร้างโปรตีนจากคาร์บอนไดออกไซด์

สตาร์ทอัปของฟินแลนด์ “Solar Foods” ได้ผลิต โซลีน (Solein) ที่มาจากการรวมคำว่า Solar + Protein เข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าโซลีนนี้ก็คือ ‘แป้งโปรตีนจากคาร์บอนไดออกไซด์’ เป็นผงแป้งสีเหลืองที่มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ 65-70% เส้นใยอาหาร 10-15% ไขมัน 5-8% รวมถึงกรดอะมิโนต่าง ๆ 3-5% และหากเปรียบเทียบกับแหล่งโปรตีนหลักในปัจจุบันอย่างฟาร์มปศุสัตว์ การผลิตโซลีนจะใช้ทรัพยากรน้อยกว่ามากเลยทีเดียว

ในกระบวนการผลิตโซลีนนี้ ใช้หลักการดักจับอากาศ (Carbon Capture Technology) เพื่อให้ได้สารตั้งต้น CO2 มาในปริมาณที่ต้องการ จากนั้นนำเข้าถังหมักจุลินทรีย์ที่มีกระบวนการเช่นดียวกับการหมักไวน์หรือเบียร์ ใช้ไฟฟ้า และน้ำ ทำให้เกิดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจน เติมจุลินทรีย์ที่มีชีวิตลงไปกินไฮโดรเจน และเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นโปรตีนเซลล์เดียว จากนั้นนำไปผ่านเครื่องปฏิกรณ์พิเศษให้ออกมาในรูปแบบผง นำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นเพื่อทำเป็นอาหารต่าง ๆ ต่อไป

ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากแหล่งไหน ๆ สุดท้ายจะถูกส่งต่อมาถึงโต๊ะอาหารของคุณนั่นเอง การทานโดยไม่เหลือทิ้งจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมจาก Food Waste นั่นเอง แล้วคุณล่ะ มีไลฟ์สไตล์การทานให้กรีนอย่างไรกันบ้าง ลองเอาเทคนิคการทานสายกรีนมาแบ่งปันกันใต้คอมเมนต์ ให้การทานมื้อต่อไปเป็นการทานแบบ We Are Greeners กัน
(แหล่งที่มา : solein.com)

13/10/2023

อิสราเอล จากเมืองทะเลทราย สู่ผู้นำ เกษตรกรรมทันสมัย /โดย ลงทุนแมน
ประเทศอิสราเอล ถูกปกคลุมด้วยทะเลทรายกว่าครึ่งหนึ่ง และมีพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูกเพียง 20% แถมยังมีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม

แต่ปัจจุบัน อิสราเอลสามารถพลิกทะเลทรายให้สามารถปลูกพืชได้ และกลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีการเกษตรอันดับต้น ๆ ของโลก

รวมถึงยังมีผลผลิตเหลือจากการบริโภคมากพอที่จะส่งออกได้อีกด้วย

อิสราเอลทำได้อย่างไร ทำไมถึงพลิกทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
อิสราเอล เป็นดินแดนที่อยู่ระหว่าง 3 ทวีป คือ เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ประชากรที่นี่ จึงมีความหลากหลาย

หนึ่งในนั้น ก็คือ “ชาวยิว” ที่เคยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ และกลับมาที่นี่อีกครั้ง เป็นกลุ่มคนแรก ๆ ที่เริ่มทำเกษตรกรรมทันสมัยในอิสราเอล

โดยช่วงเริ่มแรกนั้น ผืนดินในอิสราเอลมีปัญหา และไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย

รวมถึงปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ และแหล่งน้ำที่ขาดแคลน อีกทั้งปริมาณฝนในแต่ละปีก็น้อย

แต่ชาวอิสราเอลก็แก้ปัญหา ด้วยการใช้สารเคมีปรับหน้าดินให้มีคุณภาพอีกครั้ง จนสามารถแก้ปัญหาดิน และเพาะปลูกพืชได้สำเร็จ

จบจากเรื่องดิน ก็คือ “เรื่องน้ำ” ที่ยังมีปัญหาน้ำไม่เพียงพอ เพราะอิสราเอลมีแหล่งน้ำจืดเพียง 2 แห่ง คือ ทะเลสาบกาลิลี และแม่น้ำจอร์แดน

โดยแหล่งน้ำจืดทั้ง 2 นั้น อยู่ทางตอนเหนือของประเทศและติดกับจอร์แดน ก็มีปัญหาในการใช้งาน เพราะอิสราเอลเป็นชนชาติยิว ซึ่งมีความขัดแย้งกับกลุ่มประเทศอาหรับที่เป็นชาติมุสลิม

เมื่อสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ ทำให้อิสราเอลจำเป็นต้องหาทางออกในการหาน้ำให้เพียงพอ

โดยเฉพาะกับภาคเกษตรกรรม ที่สำคัญอย่างมากกับประเทศเกิดใหม่ ที่ต้องมีแหล่งอาหารเพียงพอสำหรับประชากรในประเทศ

ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ “National Water Carrier” ที่เป็นท่อลำเลียงน้ำจากทางเหนือของประเทศลงมาทางใต้

โครงการนี้ก่อสร้างมาอย่างยาวนาน ใช้เวลากว่า 16 ปี จนกระทั่งท่อส่งน้ำทั่วประเทศเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1964

แต่หลังจากนั้นก็ยังมีปัญหาใหม่ตามมา เพราะแม้ว่าน้ำจะเพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม

แต่การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ได้กลายมาเป็นโจทย์ใหม่แทน

เพราะน้ำกว่า 80% ถูกใช้ไปกับภาคเกษตรกรรม
ซึ่งถือว่าสูงมาก จนทำให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมอื่น และไม่เพียงพอสำหรับการบริโภคของคนในประเทศ

ในปี 1956 คุณ Simcha Blass ผู้ก่อตั้งบริษัทจัดการน้ำเพื่อการเกษตร Netafim ก็ได้คิดค้นระบบน้ำหยด หรือ Drip Irrigation เพื่อแก้ปัญหาการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรมได้สำเร็จ

วิธีการของเขา คือ แทนที่จะรดน้ำแบบทั่วไป ก็เจาะท่อหรือต่อสาย หยดน้ำลงบริเวณโคนของต้นไม้โดยตรง เพื่อให้ได้รับน้ำและสารอาหารโดยตรง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำได้มากถึง 75%

นอกจากนี้ อิสราเอลยังเน้นการปลูกพืชตระกูลถั่ว ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูดิน ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการใช้น้ำที่น้อยลงอีกด้วย

นอกจากใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว อิสราเอลรู้ดีว่าความเสี่ยงของประเทศตัวเองคือ น้ำที่มีอาจไม่เพียงพอสำหรับรองรับการเติบโตของประเทศ

ดังนั้นในปี 2000 อิสราเอลจึงทุ่มเงินลงทุนกว่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อกรองน้ำทะเลมาใช้งาน

ปัจจุบัน น้ำในประเทศ กว่า 50% มาจากน้ำทะเลที่ผ่านการกรองแล้ว อิสราเอลจึงมั่นใจได้มากขึ้น ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อความต้องการ

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ในปี 1993 รัฐบาลอิสราเอลเห็นว่าอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี จะทำให้ธุรกิจในประเทศไปได้ไกลมากขึ้น

รัฐบาลจึงได้ออกนโยบายที่มีชื่อว่า “Yozma” ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้เงินทุนกับเหล่าสตาร์ตอัป และสิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่มเติม

รวมทั้งสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา จนกลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนเงินวิจัยและพัฒนาต่อ GDP มากที่สุดในโลก

พอเป็นแบบนี้ อิสราเอลจึงมีสตาร์ตอัป เกิดขึ้นใหม่มากมาย โดยเฉพาะในด้านเกษตรกรรม ที่ในปัจจุบันมีมากกว่า 348 บริษัท

ตัวอย่างก็เช่น
- Netafim บริษัทจัดการน้ำเพื่อการเกษตร
- SeeTree บริษัทที่ใช้ AI มาวิเคราะห์สุขภาพต้นไม้
- CropX บริษัทที่ใช้เซนเซอร์ติดตามความชื้นในดิน

อ่านมาถึงตรงนี้ เราคงพอเห็นแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่อิสราเอล จะเปลี่ยนจากเมืองทะเลทราย มาสู่ผู้นำเกษตรกรรมทันสมัย

แม้จะเจอข้อจำกัดด้านพื้นที่เพาะปลูก รวมไปถึงความขัดแย้งกับกลุ่มประเทศอาหรับ และปาเลสไตน์

แต่อิสราเอลก็สามารถพัฒนาเกษตรกรรมของตัวเองให้ดีขึ้นได้

แม้ว่าปัจจุบัน ภาคเกษตรกรรมทำเงินให้ประเทศได้เพียง 2% เพราะเศรษฐกิจอิสราเอลส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง แต่อิสราเอลก็ยังมีผลผลิตทางการเกษตร เพียงพอต่อการบริโภค และบางส่วนยังสามารถส่งออกได้อีกด้วย

ที่น่าสนใจคือ การจ้างงานกว่า 99% ของแรงงานในประเทศ กระจุกตัวอยู่ในภาคอุตสาหกรรม และบริการเป็นหลัก

ซึ่งด้วยระบบและเทคโนโลยีที่ดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องจ้างแรงงานทักษะสูงมากนัก

ทำให้แรงงานในภาคเกษตรกรรม จะอาศัยแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงาน โดยหนึ่งในแรงงานหลักที่ว่า ก็คือคนไทย กว่า 20,000 คน ที่เข้าไปทำงานในภาคเกษตรกรรมของอิสราเอล นั่นเอง..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.oecd.org/israel/oecdreviewofagriculturalpoliciesisrael.htm
-How Israel became the most advanced country in agriculture by innovative techs
-https://www.statista.com/statistics/526601/employment-by-economic-sector-in-israel/ #:~:text=The%20statistic%20shows%20the%20distribution,percent%20in%20the%20service%20sector.
-https://tradingeconomics.com/israel/gdp-from-agriculture
-https://en.wikipedia.org/wiki/Agriculture_in_Israel
-https://www.theglobaleconomy.com/rankings/research_and_development/
-https://en.wikipedia.org/wiki/National_Water_Carrier_of_Israel
-https://embassies.gov.il/hague-en/aboutisrael/economy/Pages/ECONOMY-%20Sectors%20of%20the%20Economy.aspx
-https://tracxn.com/d/explore/agritech-startups-in-israel/__FhjmYrCrw4MQvSQeCBFMFQ6617CAkG1ApEldTNajeko/companies #:~:text=June%2016%2C%202023-,AgriTech%20Startups%20in%20Israel,%2C%20CropX%2C%20SeeTree%2C%20Fieldin.
-https://www.livemint.com/brand-stories/how-israeli-technology-is-changing-agriculture-and-impacting-our-world-11684503356811.html
-https://www.britannica.com/place/Israel

20/09/2023
20/09/2023

🔥 5 หุ้น กลุ่มยางพาราได้รับอานิสงส์จากราคายางในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้่น หลังจากจีนเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจดันราคายางฟื้น
สถิติมีดังนี้✅
1. STA ราคาย้อนหลัง 20 วัน +18.71%
2. STGT ราคาย้อนหลัง 20 วัน +6.62%
3. NER ราคาย้อนหลัง 20 วัน +5.15%
4. TEGH ราคาย้อนหลัง 20 วัน +12.59%
5. TRUBB ราคาย้อนหลัง 20 วัน +27.05%

#ยางพารา #ตลาดหุ้น #พืชเศรษฐกิจไทย

ทบทวนปุ๋ยเคมี
20/09/2023

ทบทวนปุ๋ยเคมี

หลักการใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ

🤔 โรคเหี่ยวเหลือง เหี่ยวเขียว เถาเหี่ยว ต้นยุบ รากเน่าโคนเน่า จากเชื้อราในดินสำหรับแตงโม แตงไทย แคนตาลูป สตรอว์เบอรี่ เม...
18/09/2023

🤔 โรคเหี่ยวเหลือง เหี่ยวเขียว เถาเหี่ยว ต้นยุบ รากเน่าโคนเน่า จากเชื้อราในดิน
สำหรับแตงโม แตงไทย แคนตาลูป สตรอว์เบอรี่ เมล่อน มะเขือเทศ พริก แตงกวา บวบ ถั่วฝักยาว ฟักทอง ฟัก แตงช้าง มะระ พืชตระกูลถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง สับปะรด

ใช้ดีโค้ด (D-Code) + พาวเวอร์ซอยล์
1 ถุง บรรจุ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 600 ลิตร
ชุดละ 1,320 บาท

🛡 วิธีป้องกันรักษา
👉 ผสมดีโค้ด+พาวเวอร์ซอยล์ 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 600 ลิตร ปล่อยไปตามสายระบบน้ำหยด
👉 หากไม่ได้ใช้ระบบน้ำหยด ให้เน้นฉีดลงดินบริเวณราก ก่อนฉีดให้น้ำให้ดินชื้นก่อน แล้วค่อยฉีดยาดีโค้ด โดยปรับหัวฉีดให้ใหญ่ขึ้น จะทำให้ซึมลงดินได้มากขึ้น
👉 เริ่มใส่หลังปลูก 5-7 วัน และให้ใส่ 3 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 10 วัน
หมายเหตุ
🛑 ดีโค้ดห้ามใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อราเคมีอื่นๆ เนื่องจากดีโค้ดเป็นเชื้อราที่มีชีวิต การใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อราเคมีอื่นๆจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง
🛑 ต้นที่เหี่ยวยุบไปแล้ว จะไม่สามารถช่วยได้แล้ว แต่จะป้องกันการลามไปต้นอื่น ที่ยังดีอยู่ได้

⭕ อาการของโรคเหี่ยว
• ใบล่างมีสีเหลืองถึงเขียวเทา เริ่มจากบริเวณโคน และลุกลามไปสู่ยอด
• บริเวณโคนใกล้กับผิวดินจะแห้ง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีรอยแตกยาวและมีเมือกซึมออกมา ภายในเถาเมื่อผ่าออกมาจะเป็นสีน้ำตาล ทำให้ท่อไซเล็มไม่สามารถลำเลี้ยงน้ำจากรากไปเลี้ยงใบได้ ทำให้พืชมีอาการเหี่ยวเฉา
• เมื่ออาการรุนแรง จะเหี่ยวแห้งและอาจทำให้ต้นตายไปในที่สุด

สั่งซื้อได้ผ่านทาง:
🛒 Facebook-https://www.facebook.com/greenthumbagri/
🛒 Shopee-https://shopee.co.th/product/482431/21089154645/

ดีโค้ด (D-Code)ป้องกันรักษา โรคเถาเหี่ยว ต้นยุบ รากเน่าโคนเน่า1 ถุง บรรจุ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 600 ลิตรถุงละ 830 บาท╔══════...
18/09/2023

ดีโค้ด (D-Code)
ป้องกันรักษา โรคเถาเหี่ยว ต้นยุบ รากเน่าโคนเน่า

1 ถุง บรรจุ 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 600 ลิตร
ถุงละ 830 บาท

╔═══════════╗
สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ช้อปปี้ หรือแชทหาเพจโดยตรง
🛒 https://shopee.co.th/product/482431/21089154645/
╚═══════════╝

ใช้ได้ดีกับพืชตระกูลแตง มะเขือเทศ กระชาย ข่า ขิง ยาสูบ ทุเรียน มะละกอ ส้ม ยางพารา กล้วย สับปะรด สตรอเบอรี่

คุณสมบัติ
✅ เป็นเชื้อราสายพันธุ์คัดพิเศษ มีจำนวนเชื้อหนาแน่น ทนต่อสภาพแวดล้อม เมื่อถูกพ่นลงไปในบนหน้าดิน จะแพร่พันธ์ุและกระจายไปทั่วแปลง ทั้งในแนวดิ่งและตามหน้าดิน ทำให้กำจัดเชื้อก่อโรคในดินได้อย่างทั่วถึง
✅ ใช้ป้องกันและกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อราใต้ดิน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเถาเหี่ยว รากเน่าโคนเน่า ต้นยุบ ได้แก่ เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium Wilt), ไฟทอปธอร่า (Phytophthora), เชื้อราเวอร์ทิซิเลียม (Verticillium Wilt), และ เชื้อราสเคลอโรเตียม (Sclerotium Wilt) โดยการทำลายกลุ่มใยรา และลดการผลิตสปอร์ของเชื้อรา
✅ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และผู้บริโภค เนื่องจากเป็นการควบคุมโรคแบบชีววิธี

วิธีใช้
👉 ผสม 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 600 ลิตร ปล่อยไปตามสายระบบน้ำหยด
👉 ดีโค้ด 1 ถุง ใช้ได้ประมาณ 15-20 ไร่
👉 หากไม่ได้ใช้ระบบน้ำหยด ให้เน้นฉีดลงดินบริเวณราก ก่อนฉีดให้น้ำให้ดินชื้นก่อน แล้วค่อยฉีดยาดีโค้ด โดยปรับหัวฉีดให้ใหญ่ขึ้น จะทำให้ซึมลงดินได้มากขึ้น
👉 เริ่มใส่หลังปลูก 7 วัน และให้ใส่ 3 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 10 วัน

หมายเหตุ
🛑 ห้ามใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อราเคมีอื่นๆ เนื่องจากดีโค้ดเป็นเชื้อราที่มีชีวิต การใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อราเคมีอื่นๆจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง
🛑 ต้นที่เหี่ยวยุบไปแล้ว จะไม่สามารถช่วยได้แล้ว แต่จะป้องกันการลามไปต้นอื่น ที่ยังดีอยู่ได้

คู่มือปลูกมัน 📖
04/09/2023

คู่มือปลูกมัน 📖

🟢 รู้จริงเรืองพืชกับ #กรมวิชาการเกษตร

🟠โดยภายในเอกสารประกอบไปด้วยองค์ความรู้ต่างๆในการผลิต #มันสำปะหลัง

• บทที่ 1️⃣ สถานการณ์มันสำปะหลัง
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2907

• บทที่ 2️⃣ พันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2908

• บทที่ 3️⃣ การจัดการแปลงและท่อนพันธุ์
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2909

• บทที่ 4️⃣ การจัดการดินปุ๋ยและการให้น้ำ
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2910

• บทที่ 5️⃣ โรคและแมลงศัตรู
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2912

• บทที่ 6️⃣ การเก็บเกี่ยวและการสร้างมูลค่าเพิ่ม
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2913

• บทที่ 7️⃣ เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตเฉพาะพื้นที่
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ ⬇️ https://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=2914

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร
➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️
#เกษตรกรก้าวหน้า #กลเม็ด #มันสำปะหลัง #พืชเศรษฐกิจ #กรมวิชาการเกษตร

ที่อยู่

418 Prannok
กทม
10170

เบอร์โทรศัพท์

+66972214482

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Green Thumb Agricultureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์