NEO Solutions Systems

NEO Solutions Systems The Best Electrical Services in Thailand

when saturday come
26/12/2015

when saturday come

ชอบจริงๆงาน pm เนี่ย
25/10/2015

ชอบจริงๆงาน pm เนี่ย

ขอบคุณทุกความไว้วางใจนะครับ
10/10/2015

ขอบคุณทุกความไว้วางใจนะครับ

14/09/2015

กฎหมายเกี่ยวกับระบบป้องกันฟ้าผ่าของเมืองไทย

กฎหมายเกี่ยวกับระบบป้องกันฟ้าผ่า ฉบับล่าสุด ปี พ.ศ.2558

" ไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันฟ้าผ่าได้เต็มร้อย จะมีเพียงการออกแบบที่เหมาะสมเท่านั้นที่ทำให้ลดการเสียหายจากฟ้าผ่าลงได้ "

กฎหมายที่กล่าวถึงระบบป้องกันฟ้าผ่า ในเมืองไทย มีอยู่หลายฉบับ บ้างฉบับก็ยังมีผลบังคับใช้ บ้างฉบับก็ได้มีการยกเลิกไปแล้ว ซึ่งในหลายๆ ฉบับก็จะมีเนื้อหาที่มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ออกแบบและเจ้าของอาคารมีความไม่เข้าใจว่าจะต้องปฎิบัติตามกฎหมายฉบับใด ซึ่งเอากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ขึ้นมา 3 ฉบับ คือ

1) กฎกระทรวงฉบับที่ 50 ซึ่งออกตาม พรบ.ควบคุมอาคาร ปี พ.ศ.2522 ของกระทรวงมหาดไทย บังคับใช้กับอาคารสูง (ที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป) และอาคารขนานใหญ่พิเศษ (ที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป) ที่ขออนุญาตก่อสร้าง ตั้งแต่ 12 พ.ย. 2540 ถึง ปัจจุบัน (ณ วันที่ 2 เม.ย. 2558 ที่มีการเขียนบทความนี้ ก็ยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุง ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้มีใช้มาแล้วร่วม 18 ปี) ซึ่งมีข้อความที่พูดถึงระบบป้องกันฟ้าผ่า ในหมวดที่ 2 เรื่องระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า และระบบป้องกันเพลิงไหม้ ไว้ดังนี้

“ ข้อ 13) อาคารสูงมีระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ซึ่งประกอบด้วยเสาล่อฟ้า สายล่อฟ้า สายนำลงดิน และหลักสายดินที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ สำหรับสายนำลงดินต้องมีขนาดพื้นที่ภาคตัดขวางเทียบได้ไม่น้อยกว่าสายทองแดงตีเกลียว ขนาด 30 ตร.มม. สายนำลงดินนี้ต้องเป็นระบบที่แยกเป็นอิสระจากระบบสายดินอื่น
อาคารแต่ละหลังต้องมีสายตัวนำโดยรอบอาคารและมีสายนำลงดินต่อจากสายตัวนำห่างกันทุกระยะไม่เกิน 30 เมตร โดยวัดตามแนวขอบรอบอาคาร สายนำลงดินของอาคารแต่ละหลังต้องมีไม่น้อยกว่า 2 สาย
เหล็กเสริมหรือเหล็กรูปพรรณในโครงสร้างอาคารอาจใช้เป็นสายนำลงดินได้ แต่ต้องมีระบบการถ่ายประจุไฟฟ้าจากโครงสร้างสู่หลักสายดินตามหลักวิชาการช่าง
โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ”

2) กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ซึ่งออกโดย พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ของกระทรวงแรงงาน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 ม.ค. 2556 ถึง ปัจจุบัน (กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้เพื่อป้องกันอัคคคีภัยจากการเกิดฟ้าผ่า) โดยมีข้อความที่พูดถึงระบบป้องกันฟ้าผ่า ในหมวดที่ 7 เรื่องการป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ไว้ดังนี้

“ ข้อ 25) ให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าสำหรับอาคารหรือสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้
(1) อาคารที่มีวัตถุไวไฟหรือวัตถุระเบิด
(2) สิ่งก่อสร้างที่มีความสูง ประเภท ปล่องควัน หอคอย เสาธง ถังเก็บน้ำหรือสารเคมี หรือสิ่งก่อสร้างอื่นใดที่มีความสูงในทำนองเดียวกัน
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับอาคารและสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในรัศมีการป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าของอาคารอื่น
การติดตั้งระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ข้อ 26) ให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการป้องกันผลกระทบจากฟ้าผ่าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของอาคาร”

3) กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ซึ่งออกโดย พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ของกระทรวงแรงงาน เช่นเดียวกับกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ที่กล่าวไปแล้วนั้น ซึ่งเมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ก.พ. 2558 ถึง ปัจจุบัน (กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายใหม่ที่พูดถึงการติดตั้งระบบล่อฟ้าสำหรับอาคารทั่วไปที่เป็นสถานประกอบการ ไม่ได้กำหนดไว้แค่อาคารที่มีลักษณธสูงเพียงเท่านั้น เหมือนกฎหมายฉบับก่อนหน้านี้ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงถึงเป็นจุดเปลี่ยนของการออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในบ้านเราก็คงได้ เพราะอะไรนั้นหรือ ? ลองไปดูในรายละเอียดของกฎหมายกัน) โดยมีข้อความที่พูดถึงระบบป้องกันฟ้าผ่า ในหมวดที่ 3 เรื่องระบบป้องกันฟ้าผ่า ไว้ดังนี้

“ ข้อ 20) ให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันฟ้าผ่าตามมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หรือมาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Fire Protection Association : NFPA)
หรือมาตรฐานคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (International Electrotechnical Commission : IEC)
หรือมาตรฐานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ไว้ที่สถานประกอบกิจการอาคาร ปล่องควัน รวมถึงบริเวณที่มีถังเก็บของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ ”

เมื่ออ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับจบ ก็เกิดของสงสัยว่า หาก ในกฎหมายทั้ง 3 ฉบับมีข้อความหรือความหมายที่ไม่เหมือนกันหรือตรงกัน ควรจะปฎิบัติอย่างไร ...
ตามหลักปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่กฎหมายมีข้อความขัดแย้งกัน ให้ยึดถือกฎหมายที่มีศักย์สูงกว่า คิอ ศักย์ของกฎหมาย จะเริ่มจาก พรบ. – กฎกระทรวง – ข้อบัญญัติท้องถิ่น เช่น หากมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร มีข้อความขัดแย้งกับกฎกระทรวง ก็ให้ยึดถือกฎกระทรวง ส่วนกรณีที่ศักย์เท่ากัน เช่น กฎกระทรวงตาม พรบ. ควบคุมอาคาร กับ กฎกระทรวงตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน หรือ พรบ. ความปลดภัย อาชีวอนมัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็ให้ยึดถือกฎกระทรวงที่ใหม่ล่าสุดกว่า

ดังนั้นในกรณีของระบบป้องกันฟ้าผ่านั้น ในที่นี้จึงต้องยึด กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ซึ่งออกโดย พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งถือเป็นฉบับล่าสุด (ณ ปัจจุบัน 2 เม.ย. 2558) แต่ไม่ได้ถือว่ากฎกระทรวงฉบับที่กล่าวมา ข้อ 1 และ 2 จะมีการยกเลิกไปนะ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป คือหาก เรื่องเดียวกันมีการขัดแย้งกัน ก็ให้ดูศักย์ของกฎหมายและวันเวลาของการออกกฎหมายเป็นเกณฑ์ ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่ขัดแย้งกัน ก็ยังต้องยึดตามกฎกระทรวงนั้นๆ ต่อไปจนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุง

กลับมาที่กฎกระทรงในหัวข้อ 3 ที่กล่าวถึงนั้นตอนต้นกันต่อนะครับ ว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง สำหรับระบบป้องกันฟ้าผ่าในประเทศไทย ซึ่งจากข้อความที่เขียนในกฎกระทรวงฉบับนี้ เจตนารมณ์ของผู้ออกกฎหมายได้เจาะจงให้อาคารโดยทั่วไปที่มีลูกจ้างปฎิบัติงาน หรือเรียกว่าสถานประกอบการ ไม่ว่าจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเล็กหรือใหญ่ จะเป็นอาคารสูงหรือไม่สูง ก็ต้องติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าทั้งหมด และยังระบุให้ติดตั้งตาม มาตรฐาน วสท., NFPA และ IEC เท่านั้นอีกด้วย นี้แหละจึงถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในการออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าในเมืองไทย เพราะกฎหมายฉบับล่าสุดนี้ที่พูดเรื่องของระบบป้องกันฟ้าผ่านี้ได้ เลือกข้างให้เรายืนอยู่ข้าง ระบบป้องกันฟ้าผ่า แบบ Conventional type หรือแบบดั้งเดิม หรือที่หลายคนเรียกว่า ระบบป้องกันฟ้าผ่า แบบ Faraday Case นั้นเอง (หากใครใช้มาตรฐานอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่กฎหมายกล่าวมานั้น ในการออกแบบ อาจจะมีผลให้มีการตรวจสอบไม่ผ่านก็เป็นได้นะ หากมีการเข้าตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เพราะเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจะยึดกฎหมายในกระทรวงของตนในการตรวจสอบ ในทำนองเดียวกันการขออนุญาตก่อสร้างสำหรับอาคารใหม่ก็อาจจะขออนุญาตผ่านหรือไม่ผ่านก็คงขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่สังกัดกระทรวงมหาดไทยในการจะอนุญาตให้ก่อสร้างหรือไม่ก่อสร้าง หรือจะให้มีการแก้ไขสำหรับอาคารเก่าที่ติดตั้งไม่ตามกฎหมายฉบับนี้นั้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบ เพราะแต่ละกระทรวงก็จะถือกฎหมายกระทรวงใครกระทรวงมัน นี้แหละเมืองไทย เฮอ!! แต่หากจะทำให้ถูกต้องแล้วนั้นจึงควรออกแบบให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับล่าสุดเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้มีการรองรับไว้ในกฎหมาย จะเป็นนการดีที่สุดครับ)

http://legal.labour.go.th/attachments/article/235/60_40001.pdf

sunday morning
13/09/2015

sunday morning

08/04/2015
โตขึ้นอยากเป็นอารายยยยยยยยยยยย
26/03/2015

โตขึ้นอยากเป็นอารายยยยยยยยยยยย

 #งานเยอะมาก  #รายงานหนักมาก
25/03/2015

#งานเยอะมาก #รายงานหนักมาก

NEOSS ทีมงานคุณภาพ
18/03/2015

NEOSS ทีมงานคุณภาพ

14/03/2015

เห็นเงียบๆ งานเพียบนะจ้ะ

^_^
11/02/2015

^_^

ที่อยู่

99/160 Soi Onnut 74/3-1 , The Exclusive Village Onnut , Kwaeng Prawet , Khet Prawet
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

+6620005744

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NEO Solutions Systemsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง NEO Solutions Systems:

แชร์