ช่างฉันทา มาตรฐานงานก่อสร้าง

ช่างฉันทา มาตรฐานงานก่อสร้าง ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ช่างฉันทา มาตรฐานงานก่อสร้าง, บริษัทรับเหมาก่อสร้าง, 5/16 ซอยอรุณอัมรินทร์ 13 แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย, Bangkok.

ก่อนปูกระเบื้อง ต้องแช่น้ำก่อนหรือไม่การปูกระเบื้องมี 2 วิธีที่นิยมใช้กัน1. ปูกระเบื้องด้วยปูนทราย (ปูขุยหนู)2. ปูกระเบื...
21/07/2026

ก่อนปูกระเบื้อง ต้องแช่น้ำก่อนหรือไม่

การปูกระเบื้องมี 2 วิธีที่นิยมใช้กัน
1. ปูกระเบื้องด้วยปูนทราย (ปูขุยหนู)
2. ปูกระเบื้องด้วยปูนกาว

ตัวกระเบื้องถูกออกแบบมาให้ผิวด้านล่างเป็นร่อง ๆ หรือเป็นลายตาราง ๆ

เป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวในการยึดเกาะกับปูนทรายหรือปูนกาว

เมื่อปูนซีเมนต์ทำปฏิกิริยากับน้ำ หรือปฏิกิริยาไฮเดรชัน (Hydration)

ผลึกของปูนจะยึดเกาะกับร่องและลายด้านหลังของกระเบื้อง จนแน่นแข็งแรง

อีกฝั่งหนึ่งของปูนทรายหรือปูนกาวที่ติดกับพื้นคอนกรีต

ปูนก็ไหลลงไปในรูพรุนเล็ก ๆ ของพื้นคอนกรีต บวกกับพื้นคอนกรีตที่ขรุขระอยู่แล้ว เมื่อปูนแข็งตัวก็จะยึดเกาะกับพื้นแข็งแรงเช่นกัน

ปูนทรายหรือปูนกาว จึงทำหน้าที่เป็นตัวประสานระหว่างกระเบื้องกับพื้นคอนกรีต ยึดไว้ด้วยกัน

อายุการใช้งานของกระเบื้องก็จะอยู่ได้นานเป็นสิบปี


ปฏิกิริยาไฮเดรชัน ส่วนประกอบสำคัญคือ "น้ำ"

หากตัวกระเบื้องดูดซึมน้ำเร็วเกินไป ปูนซีเมนต์ก็จะไม่มีน้ำพอที่จะทำปฏิกิริยาไฮเดรชันให้สมบูรณ์

บ่อยครั้ง เราจึงเห็นการนำกระเบื้องไปแช่น้ำ ก่อนปู


แต่หากอ้างอิงตามมาตรฐาน ม.สยธ.2101-01-61 ไม่จำเป็นต้องแช่น้ำก่อนทุกครั้ง

โดยมีเงื่อนไขเป็นแนวทางปฏิบัติตามดังนี้

1. กระเบื้องเซรามิค กระเบื้องแกรนิตโต้ทั่วไป กระเบื้องดินเผา กระเบื้องโมเสก

- ปูด้วยปูนทราย ต้องนำกระเบื้องไปแช่น้ำให้อิ่มตัวก่อน
เพื่อป้องกันกระเบื้องดูดน้ำจากปูนเร็วเกินไป

- ปูด้วยปูนกาว ห้ามนำกระเบื้องไปแช่น้ำ
เพราะตัวปูนกาวมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมอยู่แล้ว หากแช่น้ำเพิ่ม ประสิทธิภาพของปูนกาวจะลดลง

2. กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain)

- เป็นกระเบื้องที่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูง จนทำให้ส่วนประกอบที่มีดินขาวและแร่ธาตุหลอมละลายปิดรูพรุนทั้งหมด

- ปูด้วยปูนทราย ไม่แนะนำ เพราะกระเบื้องพอร์ซเลนดูดซึมน้ำน้อยมาก ตัวปูนทรายจึงยึดเกาะกับกระเบื้องได้ไม่ดี

- ปูด้วยปูนกาว ไม่ต้องแช่น้ำ

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

อ้างอิง
- ม.สยธ.2561
https://changchanta.com/standard-document/std-dce-61_01.pdf

#กระเบื้องแช่น้ำ
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

"ปลวก" สร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน กัดกินโครงสร้างไม้ ประตูไม้ วงกบไม้ บันไดไม้ พื้นไม้ รวมถึงกระดาษ เอกสาร หนังสือ ฯใ...
15/07/2026

"ปลวก" สร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน กัดกินโครงสร้างไม้ ประตูไม้ วงกบไม้ บันไดไม้ พื้นไม้ รวมถึงกระดาษ เอกสาร หนังสือ ฯ

ในประเทศไทยเรา ส่วนมากเป็นปลวกใต้ดิน ซึ่งรังของมันอาศัยอยู่ใต้ดิน

หากเกิดปัญหาปลวกแล้วมักต้องทำการเจาะพื้นเพื่อฉีดน้ำยากำจัดปลวกลงดิน


แน่นอนว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" การป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่บ้านใหม่ทุกหลังควรทำ

การทำระบบป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน คือการสร้างแนวป้องกันในดิน ใต้บ้านของเรา ไม่ให้ปลวกเดินจากรังใต้ดินขึ้นมาที่บ้านของเราได้


"ระบบท่อปลวก" เป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นบ้าน ประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก ดังนี้

- ท่อ HDPE: สำหรับลำเลียงน้ำยาเคมีไปยังหัวปล่อยน้ำยา
- หัวปล่อยน้ำยา: กระจายน้ำยาลงสู่ดิน คล้าย ๆ สปริงเกอร์รดน้ำ
- จุดอัดน้ำยา: จุดสำหรับเติมน้ำยาเข้าระบบ อยู่ภายนอกบ้าน

ระบบท่อปลวกนี้ ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องปลวกในระยะยาว เพราะสามารถเติมน้ำยาป้องกันปลวกได้โดยไม่ต้องเจาะพื้นบ้านภายหลัง


สำหรับรายละเอียดของระบบท่อปลวก อ้างอิงตามมาตรฐาน ม.สยธ.2207-11-61 การป้องกันปลวกสำหรับอาคารสร้างใหม่

มีรายละเอียดดังนี้


ติดตั้งระบบท่อปลวกเมื่อใด

- เทคอนกรีตคานคอดินเสร็จแล้ว
- ถอดแบบออกแล้ว
- เคลียเศษไม้ ซากพืช กระดาษ แผ่นฝ้า ผ้า เสื่อ หรืออาหารของปลวก ออกให้หมด

ตำแหน่งการติดตั้งระบบท่อปลวก

- ติดตั้งท่อน้ำยากับคานด้านใน ยึดให้แข็งแรงด้วยแคลมป์ทุกระยะไม่เกิน 80 ซม.
- สำหรับบ้านที่คานวางบนดิน ติดตั้งท่อน้ำยาเคมีให้สูงกว่าท้องคาน 10 ซม.
- สำหรับบ้านที่คานฝังอยู่ในดิน ติดตั้งท่อน้ำยาเคมีให้ต่ำกว่าดินไม่เกิน 10 ซม.
- หัวปล่อยน้ำยา ติดตั้งห่างกันไม่เกิน 1 เมตร
จุดอัดน้ำยา ติดตั้งด้านนอกของบ้าน ให้สูงกว่าพื้น 10 ซม. มีหัวปิดเรียบร้อย

หลักการฉีดน้ำยาเคมีป้องกันปลวก

- การฉีดอัดน้ำยา ทำได้เมื่อถมดินปรับระดับเรียบร้อย และไม่ให้มีการขุดดินออกหรือเติมดินใหม่เข้าไปอีก
- รอบการเติมน้ำยา ให้เป็นไปตามคำแนะนำจากผู้ผลิตสารเคมี ที่พบได้ทั่วไปมีทั้งแบบเติมน้ำยาทุก 6 เดือน และทุก 1 ปี
- ควรฉีดน้ำยารอบนอกตัวอาคารควบคู่กันด้วย เพื่อสร้างแนวป้องกันปลวกจากภายนอก โดยฉีดให้ทั่วตลอดแนวกว้าง 1 เมตรโดยรอบอาคาร

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

อ้างอิง
- ม.สยธ.2561
https://changchanta.com/standard-document/std-dce-61_01.pdf

#ระบบท่อปลวก
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

แท้งก์น้ำหรือถังเก็บน้ำ ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำ ให้ปั้มน้ำสามารถดึงน้ำไปใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นแหล่งน้ำสำรอง ในกรณีท...
09/07/2026

แท้งก์น้ำหรือถังเก็บน้ำ ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำ ให้ปั้มน้ำสามารถดึงน้ำไปใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอ

และเป็นแหล่งน้ำสำรอง ในกรณีที่น้ำประปาไม่ไหล

ปัจจุบันจึงนิยมติดตั้งแท้งก์น้ำกันทุกหลัง


ในงานวิจัยของคุณ Y.Otaki ปี 2551 มีสถิติจากการประปานครหลวงที่สำรวจการใช้น้ำของคนกรุงเทพในปี 2549

พบการใช้น้ำเฉลี่ยต่อคนต่อวัน ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

- ชักโครก 31 ลิตร
- อาบน้ำ 78 ลิตร
- ซักผ้า 52 ลิตร
- ทำครัว 4 ลิตร
- รั่วไหลและอื่น ๆ 52 ลิตร

รวม 217 ลิตร ต่อวันต่อคน

ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2565 การประปานครหลวง บอกว่า ปริมาณน้ำใช้เฉลี่ย เฉพาะที่อยู่อาศัย เป็น 27.78 ลบ.ม. ต่อครัวเรือนต่อเดือน

หารต่อวันแล้ว คิดเป็น 926 ลิตร ต่อครัวเรือนต่อวัน

จำนวนผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครเฉลี่ย 3-4 คนต่อครัวเรือน

การใช้น้ำเฉลี่ย จึงอยู่ที่ประมาณ 230 - 300 ลิตร ต่อคนต่อวัน


ดังนั้น คำถามว่า บ้านเราควรจะใช้แท้งก์น้ำหรือถังเก็บน้ำกี่ลิตร

สามารถนำค่าเฉลี่ยการใช้น้ำต่อคนต่อวันมาเป็นตัวตั้งต้นได้

เลขที่คุ้นเคย ได้ยินกันบ่อย ๆ คือ 200 ลิตรต่อคนต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติข้างต้น

เราก็นำมาคูณจำนวนคนและจำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำได้

บ้านหลังนี้จะอยู่กี่คน? และอยากสำรองน้ำได้กี่วัน?

- ถ้าบ้านอยู่ 2 คน อยากสำรองได้ 1 วัน ก็เอา 200 x 2 x 1 = 400 ลิตร
- ถ้าบ้านอยู่ 2 คน อยากสำรองได้ 2 วัน ก็เอา 200 x 2 x 2 = 800 ลิตร เป็นต้น

หากพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ แนะนำเลือกถังที่มีขนาดใหญ่กว่าค่าที่คำนวณเล็กน้อย

เช่น บ้านอยู่ 2 คน ก็ควรใช้ถังเก็บ 1000 ลิตรไปเลยครับ

จะช่วยรองรับการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

เช่น มีสมาชิกในบ้านเพิ่ม มีแขกมาเยี่ยม เป็นต้น

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

อ้างอิง
- งานวิจัยปี 2008 ของคุณ Y. Otaki ตารางที่ 2
https://d-nb.info/1149758201/34

- รายงานประจำปี 2565 การประปานครหลวง
https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER038/GENERAL/DATA0001/00001660.PDF

#แท้งก์น้ำ
#ถังเก็บน้ำ
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

บ้านชั้นเดียว ต้องมีท่ออากาศหรือไม่ท่ออากาศมีความสำคัญอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่ในชักโครก จะมีน้ำค้างอยู่เพื่อกั้นกลิ่น...
08/07/2026

บ้านชั้นเดียว ต้องมีท่ออากาศหรือไม่
ท่ออากาศมีความสำคัญอย่างไร จำเป็นต้องมีหรือไม่

ในชักโครก จะมีน้ำค้างอยู่เพื่อกั้นกลิ่น แก๊ซ และแมลง ไม่ให้ย้อนกลับเข้ามาในตัวบ้าน

เมื่อเรากดชักโครก น้ำและของเสียจะไหลไปตามท่อระบายน้ำ เกิดแรงดันบวกด้านหน้า และแรงดันลบตามมาด้านหลัง

อากาศที่อยู่ในท่อระบายน้ำ จะเคลื่อนที่เข้าและออกผ่าน "ท่ออากาศ" (Vent Pipe)

รักษาสมดุลของความดันในท่อเอาไว้ ทำให้ระดับของน้ำค้างในชักโครกอยู่ในระดับเดิม

เพราะฉะนั้น

*** บ้านชั้นเดียว หรือบ้าน 2 ชั้น หรือบ้านจะสูงกี่ชั้นก็ตาม
ต้องมี "ท่ออากาศ" เสมอ ***

หรือมีระบบระบายอากาศในเส้นท่อเสมอ

การติดตั้งท่ออากาศ มีระบุไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 ปี 2551 ข้อ 9 (6) เขียนว่า
"มีท่อระบายก๊าซขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 2.5 เซนติเมตร และมีความสูง อยู่ในระดับที่กลิ่นเหม็นของก๊าซไม่รบกวนผู้อื่น"

มาตรฐานสากล International Plumbing Code (IPC) บทที่ 9 อธิบายหลักการติดตั้งท่ออากาศตามหลักวิศวกรรมเอาไว้

มีสาระสำคัญ ดังนี้

- ท่ออากาศ ต้องต่อเข้ากับท่อระบายน้ำในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้น้ำเสียไหลเข้าไปค้างในท่ออากาศ

- ท่ออากาศ ต้องต่อขึ้นในแนวดิ่งจากท่อระบายน้ำก่อน แล้วค่อยเดินในแนวนอนได้

- ท่ออากาศ ทุกเส้นที่เดินในแนวนอน ต้องอยู่สูงกว่าขอบบนของสุขภัณฑ์ และมีความลาดเอียงกลับเข้าหาท่อระบายน้ำ

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

อ้างอิง
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 63 ปี 2551
https://changchanta.com/standard-document/mr63-51-building-control-act.pdf
- International Plumbing Code (IPC) Chapter 9
https://codelibrary.amlegal.com/codes/newyorkcity/latest/NYCadmin/0-0-0-162998

#ท่ออากาศ
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

ในระบบสุขาภิบาลของบ้าน ทางระบายน้ำทิ้งจากอาคารออกสู่ท่อสาธารณะ ต้องมีบ่อพัก เพื่อทำหน้าที่- เป็นจุดตรวจสอบปัญหาของการระบ...
07/07/2026

ในระบบสุขาภิบาลของบ้าน ทางระบายน้ำทิ้งจากอาคารออกสู่ท่อสาธารณะ ต้องมีบ่อพัก เพื่อทำหน้าที่

- เป็นจุดตรวจสอบปัญหาของการระบายน้ำทิ้ง
- เป็นจุดรวมของท่อและจุดเลี้ยว
- เป็นจุดสะสมตะกอนและเศษขยะบางส่วน

บ่อพักต้องมีลักษณะ ดังนี้

- เปิดตรวจสอบและทำความสะอาดได้
- วางให้อยู่ในแนวตรงที่สุด
- วางที่จุดเลี้ยวทุกจุด
- ลาดเอียงไม่ต่ำกว่า 1 ต่อ 200 (ถ้าท่อ 2 เมตร ให้เอียง 1 ซม.)

ระยะห่างระหว่างบ่อพัก

- มีกฎหมายที่อยู่ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2538) ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 9.

ระบุว่า "ต้องมีบ่อพักสำหรับตรวจการระบายน้ำทุกมุมเลี้ยวและทุกระยะไม่เกิน 12 เมตร"

(และไม่เกิน 24 เมตรสำหรับทางระบายแบบท่อปิดที่เส้นผ่านศูนย์กลางของท่อเกิน 60 ซม.)

- ในมาตรฐานทางระบายน้ำ ซึ่งจัดทำโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ระบุว่า "ระยะห่างของแต่ละบ่อพักอยู่ระหว่าง 6-12 เมตร"

* ระยะบ่อพักที่นิยมใช้ คือ 6 เมตร *

- ท่อซีเมนต์ใยหินที่ขายทั่วไป มีความยาว 2, 3 และ 4 เมตร เลือกท่อ 2 เมตร เพราะขนส่งง่าย ใช้ 3 ท่อได้ระยะห่างบ่อพัก 6 เมตรพอดี
- ง่ายต่อการดูแลรักษา ถ้าเกิดปัญหาท่อตันหรือท่อรั่ว สามาถหาอุปกรณ์มาตรวจสอบและแก้ปัญหาได้ง่าย

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

อ้างอิง
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 44 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ข้อ 9
https://changchanta.com/standard-document/mr44-38-building-control-act.pdf
- มาตรฐานทางระบายน้ำ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
https://changchanta.com/standard-document/dla-drainage-system-standard.pdf

#ระยะห่างบ่อพัก
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

วัตถุประสงค์ของการบ่มคอนกรีต คือการเก็บรักษาน้ำ ไม่ให้ระเหยออกจากผิวคอนกรีตเร็วเกินไปน้ำคือส่วนประกอบสำคัญ ปูนซีเมนต์เมื...
03/07/2026

วัตถุประสงค์ของการบ่มคอนกรีต คือการเก็บรักษาน้ำ ไม่ให้ระเหยออกจากผิวคอนกรีตเร็วเกินไป

น้ำคือส่วนประกอบสำคัญ ปูนซีเมนต์เมื่อเจอกับน้ำจะทำปฏิกิริยาไฮเดรชัน เกิดสารที่ลักษณะเป็นกาว ยึดทุกอย่างไว้ด้วยกัน

ถ้าขาดน้ำ ปูนซีเมนต์จะทำปฏิกิริยาไม่หมด คอนกรีตจะมีรูพรุน น้ำซึมผ่าน กำลังอัดลดลง อายุการใช้งานลดลง

วิธีการบ่มที่แนะนำ

บ่มฐานราก ตอม่อ และคาน
- ใช้วิธีรดน้ำให้สม่ำเสมอ
- อากาศร้อน ๆ รดเช้า เที่ยง เย็นได้เลย

บ่มเสา
- ใช้วิธีรดน้ำทั่วเสา
- ห่อหุ้มด้วยพลาสติก

บ่มพื้น
- ใช้กระสอบป่านมาวางคลุม แล้วรดน้ำ ช่วยรักษาความชื้น

น้ำยาบ่มคอนกรีต
- เหมาะกับฐานราก ตอม่อ และคาน
- ไม่เหมาะกับพื้นและเสาที่ผิวจะถูกฉาบ ปูกระเบื้อง ทาสี เพราะน้ำยาบ่มคอนกรีตจะสร้างชั้นฟิล์ม อาจลดการยึดเกาะของวัสดุปิดผิว

* จำนวนวันบ่ม *
บ่มคอนกรีตให้ได้อย่างน้อย 7 วัน

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog

ข้อมูลอ้างอิง
1. ACI 308R – Guide to External Curing of Concrete
https://www.concrete.org/portals/0/files/pdf/previews/308r_16_preview.pdf

#บ่มคอนกรีต
#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับช่าง
#สร้างความมั่นใจให้บ้านคุณ

ในขณะที่กำลังเทคอนกรีตลงไปใบแบบหล่อ ช่วงเวลานั้นคอนกรีตจะมีสถานะเป็น "คอนกรีตสด" (Fresh Concrete)มีลักษณะเหลว เทได้ ไหลไ...
02/07/2026

ในขณะที่กำลังเทคอนกรีตลงไปใบแบบหล่อ ช่วงเวลานั้นคอนกรีตจะมีสถานะเป็น "คอนกรีตสด" (Fresh Concrete)
มีลักษณะเหลว เทได้ ไหลได้ อัดแน่นได้ดี ไม่แยกตัว


เมื่อเทเสร็จแล้วคอนกรีตจะมีสถานะเป็น "คอนกรีตพลาสติก" (Plastic Concrete)
มีลักษณะมีน้ำเยิ่มเล็กน้อย ไม่ทรุดตัว ไม่แตกร้าว แต่งผิวได้

หลังจากก่อตัวขั้นสุดท้าย คอนกรีตจะเข้าสู่สถานะ "คอนกรีตอายุต้น" (Early-age Concrete)
เป็นช่วงที่คอนกรีตค่อย ๆ พัฒนากำลังอัดไปถึงค่าที่ออกแบบเอาไว้

เมื่อคอนกรีตพัฒนากำลังอัดจนถึงค่าที่ออกแบบไว้ จะเข้าสู่สถานะสุดท้ายคือ "คอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว" (Hardened Concrete)



ส่วนใหญ่แล้ว สถานะคอนกรีตอายุต้น คือ ช่วงเวลาที่เราสามารถถอดแบบได้

แบบหล่อฐานราก ข้างคาน ข้างเสา สามารถถอดได้ เมื่อคอนกรีตมีอายุไม่น้อยกว่า 2 วัน

แบบหล่อที่ท้องคาน ท้องพื้น สามารถถอดได้ เมื่อคอนกรีตมีอายุไม่น้อยกว่า 14 วัน



(หากจะถอดแบบได้เร็วกว่านี้ สามารถทำได้ แต่ต้องมีผลทดสอบกำลังอัดว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดไว้)

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog/26070057/detail/formwork-stripping-time

ข้อมูลอ้างอิง
1. มยผ. 1101-64 ข้อ 5.11.9
https://changchanta.com/standard-document/dpt1101-64_to_dpt1106-64.pdf
2. มยผ. 1332-68 ส่วนที่ 3
https://changchanta.com/standard-document/dpt1332-68.pdf

งานสร้างบ้านที่โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กต้องใช้แบบหล่อ เพื่อมาหล่อชิ้นส่วนของโครงสร้าง ได้แก่ ฐานราก ตอม่อ คาน เสา ...
01/07/2026

งานสร้างบ้านที่โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
ต้องใช้แบบหล่อ เพื่อมาหล่อชิ้นส่วนของโครงสร้าง
ได้แก่ ฐานราก ตอม่อ คาน เสา ผนัง และพื้น

ก่อนเทคอนกรีต ต้องตรวจแบบหล่อให้เรียบร้อยก่อน ดังนี้

1. แบบหล่อ ต้องใช้วัสดุที่แข็งแรง เช่น ไม้หรือเหล็ก ห้ามใช้ดิน

2. ผิวเรียบ สะอาด ไม่ขรุขระ ไม่ผุ ไม่คด ไม่งอ

3. มั่นคงแข็งแรง ไม่ทรุดตัว ไม่แอ่นตัวจนเสียระดับหรือเสียแนว

4. เข้าแบบสนิท น้ำปูนไม่รั่วไหลออกมา

5. กรณีเข้าแบบผนังหรือเสา ควรทำแบบที่อยู่ด้านล่างให้สามารถเปิดดู เพื่อตรวจสอบความสะอาดก่อนเทคอนกรีต

อ่านต่อได้ที่:
https://siripantawi.com/th/blog/26070056/detail/formwork-smooth-clean-strong

ข้อมูลอ้างอิง
1) มยผ.1101-64 ข้อ 5.11
https://changchanta.com/standard-document/dpt1101-64_to_dpt1106-64.pdf

#มาตรฐานงานก่อสร้าง
#ตรวจบ้านระหว่างสร้าง
#เป็นมิตรกับผู้รับเหมา

ที่อยู่

5/16 ซอยอรุณอัมรินทร์ 13 แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย
Bangkok
10700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ช่างฉันทา มาตรฐานงานก่อสร้างผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์